กรมควบคุมมลพิษเร่งบังคับคดี "นักการเมือง-ข้าราชการ-พลเรือน" จ่ายชดใช้ค่าโง่บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน
"ดาว์พงษ์" ชี้เป็นบทเรียนข้าราชการ ด้าน อธิบดี คพ.แย้มเตรียมเจรจาเอกชนขอหยุดดอกเบี้ย ขณะที่ทนายความคดีคลองด่านแนะไม่ควรเร่งจ่ายชดเชยเพราะคดีฉ้อโกงอีกคดีอยู่ระหว่างฎีกา
ความคืบหน้ากรณีศาลพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จ่ายค่าเสียหายให้แก่กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี ผู้ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จ.สมุทรปราการ กรณีที่ คพ.บอกเลิกสัญญา ก่อนที่กิจการร่วมค้าจะดำเนินโครงการแล้วเสร็จ เป็นเงิน 9,618 ล้านบาทนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากกรณีดังกล่าวแล้วยังมีคดีที่ต้องพิจารณาและติดตามผลอีก 3 คดี คือ 1.คดีอาญา ที่ คพ.ฟ้องกิจการร่วมค้า 19 ราย 2.ความผิดทางละเมิด ที่ คพ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน และกรรมการสรุปสำนวนให้ สำนักความผิดทางแพ่ง กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังวินิจฉัย สรุปว่า ให้มีผู้รับผิดชอบชดใช้เรื่องนี้ โดยเป็นนักการเมืองระดับชาติ 2 คน นักการเมืองท้องถิ่น 3 คน ที่เหลือเป็นข้าราชการ พลเรือนอีก 10 คน
อย่างไรก็ตามกรณีความผิดทางละเมิดที่สำนักความผิดทางแพ่ง กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังวินิฉัยได้ประชุมร่วมกันและสรุปว่า ให้มีผู้รับผิดชอบชดใช้เรื่องนี้ ซึ่งทางกรมควบคุมมลพิษต้องติดตาม เพื่อให้มีการจ่ายเงินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ประกอบด้วย
1.นายวัฒนา อัศวเหม เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยให้นายวัฒนา รับผิด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณี ถูกเพิกถอนโฉนดที่ดิน ที่จัดซื้อ เพื่อใช้ก่อสร้างโครงการ ที่ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากเป็นการออกโฉนดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คิดเป็นเงิน 729,600,000 บาท
2.เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการออกโฉนดที่ดิน เลขที่ 13150,13817,15024, และ15528 ประกอบด้วย เจ้าพนักงานของสำนักที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี และเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้องกับการออกโฉนดที่ดิน คิดเป็นเงิน 182,400,000 บาท โดยให้รับผิดชอบคนละส่วนเท่าๆ กัน
3.นายปกิต กิระวานิช อดีต อธิบดี คพ. ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือน เม.ย.2538 ถึง 30 ก.ย.2540 ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ 4.นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์ บริบูรณ์ รองอธิบดี คพ.ในฐานะรองอธิบดีและประธานคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา
5.นางยุวรี อินนา หัวหน้าฝ่ายจัดการน้ำทิ้งเกษตรกรรม และรักษาการผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพน้ำ ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ ทั้ง 3 คน นี้ต้องรับผิดกรณีจัดซื้อที่ดินเพื่อใช้ก่อสร้างโครงการฯ ในราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น จำนวน 1,044,600,000 บาท โดยให้รับผิดชอบคนละส่วน เท่าๆ กัน
ชดเชยโครงการใช้ประโยชน์ไม่ได้
ส่วนในกรณีการดำเนินโครงการระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน มีการจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างไปแล้ว จำนวน 15,089,299,431 บาท และ 121,343,887.19 เหรียญสหรัฐ แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวได้ ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบประกอบด้วย
6.นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่อาศัยโอกาสในการในการปฏิบัติหน้าที่แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการจงใจกระทำละเมิด เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย จึงให้นายวัฒนาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงิน 4,560,164,927.40 บาท และ 36,403,166.157 เหรียญสหรัฐ
7.นายยิ่งพันธ์ มนะสิการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ที่รับผิดชอบบริหารงานในฐานะหัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจและหน้าที่กำกับดูแล ให้คำปรึกษาผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย โดยนายยิ่งพันธ์ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2538 ให้เป็นผู้มีอำนาจในการอนุมัติจ้างผู้รับจ้างโครงการ อาศัยโอกาสในการในการปฏิบัติหน้าที่แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการจงใจกระทำละเมิด เป็นเหตุให้ราชการเสียหาย จึงให้นายยิ่งพันธ์ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3,800,137,439.50 บาท และ 30,335,971.797 เหรียญสหรัฐ
ส่วนกรณี เจ้าหน้าที่ คพ.ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 8.นายปกิต กิระวานิช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง อธิบดี คพ. รับผิดชอบค่าเสียหายเป็นเงิน 3,040,109,951.60 บาท และ 24,268,777.438 เหรียญสหรัฐ
9.นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอดีตรองอธิบดี คพ. รับผิดชอบค่าเสียหายคิดเป็นเงิน 1,520,054,975.80 บาทและ12,134,388.719
10.นางยุวรี อินนา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพน้ำ ต้องชดใช้ 1,520,054,975.80 บาท และ12,134,388.719 เหรียญสหรัฐ 11.นายณรงค์ ยอดศิรจินดา ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองด่าน 12.นายชะเอม ปู่มิ้ม ประธานสภาอบต.คลองด่าน 13.นายบุญลือ โพธิ์อรุณ สมาชิกอบต.คลองด่าน
โดยนายณรงค์ นายชะเอม และนายบุญลือ ต้องจ่ายค่าเสียหาย 760,027,487.90 บาท และ 6,067,194.359 เหรียญสหรัฐ โดยให้ทั้ง 3 คน รับผิดชอบในอัตราส่วนเท่าๆ กัน
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประกวดราคาที่เป็นผลให้ คพ.ได้รับความเสียหาย แต่ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นการกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อ แต่ไม่ถึงขั้นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จึงไม่ต้องรับผิดชอบค่าค่าชดเชยแต่อย่างใด
"ดาว์พงษ์"ชี้บทเรียนข้าราชการ
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรณีโครงการระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่านนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ทุกหน่วยงานราชการจะต้องจดจำและต้องระมัดระวังอย่างยิ่งสำหรับการที่จะทำอะไร
เขากล่าวว่า ผลการคดีคลองด่านนี้จะเห็นว่า ส่วนใหญ่ที่จะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ คือ ข้าราชการประจำ ซึ่งในเวลานั้น ไม่รู้ด้วยว่า ตั้งใจทำหรือถูกบังคับให้ทำ หรือกรณีอื่นๆ แต่ผลจากการกระทำก็ออกมาแล้ว คือ ส่วนราชการเสียหาย คนที่อยู่ข้างหลังก็ต้องตามแก้ไข ซึ่งก็ต้องทำให้ดีที่สุด และต้องบันทึกไว้ว่าเป็นบทเรียนสำคัญ
เมื่อถามว่า ในส่วนการบังคับคดีนั้น หากไม่มีเงินจ่าย ต้องทำอย่างไร พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ต้องไปดูในระเบียบอีกทีว่าต้องทำอย่างไร เวลานี้ ทางเจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องตามเรื่องกำลังดำเนินการอยู่
อธิบดีคพ.เร่งเจรจาหยุดดอกเบี้ย
ด้าน นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดี คพ. กล่าวว่า สำหรับการติดตามบังคับคดีกรณีความผิดทางละเมิดนั้น อยู่ระหว่างติดตาม หากไม่มีเงินจ่าย ก็คงต้องดูในเรื่องทรัพย์สินส่วนอื่นมาประกอบ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามเร่งรัดอยู่ ซึ่งจะมาชี้แจงในรายละเอียดอีกครั้ง
ส่วนเรื่องที่ คพ.จะต้องจ่ายเงินให้กิจการร่วมค้านั้น อยู่ระหว่างการนัดเจรจากับผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณาเรื่องการหยุดดอกเบี้ย วันละ 2 ล้าน คาดว่า ต้องเจรจากันอีกหลายรอบจึงจะได้ข้อสรุป
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ก็จะเร่งประสานงานกับทางกรมบัญชีการ และนำเสนอเรื่องเข้า ครม.เพื่อขออนุมัติเงินมาใช้ให้เร็วที่สุด เพราะดอกเบี้ยเดินทุกวัน
นักกฎหมายแนะไม่ควรเร่งจ่าย
ขณะที่ นายสุประวัติ ใจสมุทร ทนายความคดีฉ้อโกง โรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน กล่าวว่า อยากตั้งข้อสังเกตว่า การเร่งจ่ายชดเชยตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดอาจจะต้องรอการตัดสินของคดีอาญาเรื่องของการฉ้อโกง ที่ คพ.ฟ้องบริษัทเอกชนหรือไม่
โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ซึ่งคงใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการพิจารณา ซึ่งหากมีการจ่ายค่าชดเชยไปก่อน หากศาลฎีกาตัดสินให้ คพ.ชนะความรู้สึกประชาชนจะเป็นอย่างไรที่หน่วยงานรัฐรีบเร่งไปจ่ายค่าชดเชยโดยไม่รอให้คดีอาญาสิ้นสุด
"ตอนนี้หากรีบจ่ายอาจเป็นปัญหาในอนาคต เพราะยังเหลือคดีอาญาอีกหนึ่งคดี โดยที่ผ่านมาศาลชั้นต้นพิจารณาให้กรมควบคุมมลพิษชนะคดีเพราะเห็นว่าสัญญาของเอกชนมีปัญหาเรื่องการฉ้อโกงจริงเพียงแต่มีการยกฟ้องในชั้นศาลอุทธรณ์ เหลือชั้นศาลฎีกา ซึ่งหากยืนตามศาลชั้นต้นชี้ว่า สัญญามีการฉ้อโกง ตั้งแต่ต้นคำตัดสินก็ขัดกับศาลปกครองในสาระสำคัญเดียวกันซึ่งต้องมีการตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยกันต่อเป็นเรื่องอีกยาว ซึ่งอาจต้องรอบคอบในการจ่ายค่าชดเชยไปในเวลานี้" นายสุประวัติ กล่าว





