วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบมือโปรยใบปลิวโจมตีคสช.

รวบแล้วมือโปรยใบปลิวโจมตีคสช. มีการพิมพ์ยกเลิกอัยการศึก เสรีภาพ หยุดคุกคามประชาชน อำนาจเป็นของประชาชน

จากกรณีมีผู้ไม่หวังดีแอบนำใบปลิวข้อความโจมตี คสช.โดยมีการพิมพ์ข้อความลงบนกระดาษเอ 4 อาทิ ยกเลิกอัยการศึก เสรีภาพ FREEDOM หยุดคุกคามประชาชน อำนาจเป็นของประชาชน หยุดข่มขู่สื่อมวลชน มาโปรยทิ้งรอบบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง และที่หน้าร้านอาหารศรแดง เมื่อช่วงตี 5 ของวันที่23 พ.ย. ที่ผ่านมา จากนั้นตำรวจได้ลงพื้นที่ไล่ล่าขบวนการดังกล่าวนั้น

ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 25 พ.ย. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น.พร้อม พ.อ.คชาชาต บุญดี ผบ.ป.1 รอ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (ป.1รอ.) ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก เข้าควบคุมตัว นายสิทธิทัศน์ เหล่าวานิชธนาภา อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/357 ซอยรามคำแหง 124 แขวงและเขตสะพานสูง กทม.อาชีพสถาปนิก และนายวชิร หรือบอย ทองสุข อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 365/16 ม.1 ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี สองผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโปรยใบปลิวบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม.

โดยสามารถควบคุมตัวนายสิทธิทัศน์ ได้ที่บ้านเลขที่ 18 ซอยเพชรเกษม 48 แยก 16-1 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม. พร้อมของกลาง อุปกรณ์การพิมพ์ใบปลิว เช่น เครื่องถ่ายเอกสารยี่ห้อเอชพี 1 เครื่อง ปากกาเมจิกสีดำ มีดคัตเตอร์ ไม้บรรทัดยาว ตลับหมึกปริ้นเตอร์ เสื้อยืดลายพรางทหาร 1 ตัว เสื้อยืดคอกลมสีดำสกรีนข้อความ"เสรีชนคนราชดำเนิน" 1 ตัว เสื้อยืดกลมสีดำสกรีนรูปนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ข้อความ "ภูผาขวางกั้นอธรรม" 1 ตัว หมวกลายพรางทหาร 2 ใบ เข็มขัดสีดำพร้อมซองปืนและซองกุญแจมือ 1 ชุด ห่วงขาผ้า 1 คู่ กระดาษขนาด เอ 4 ยี่ห้อโอเค 1 รีม แผ่นสติ๊กเกอร์ข้อความ "รถคันนี้สีแดง" 1 แผ่น รถเบนซ์ รุ่นซี 200 สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กม 200 กทม. รวมทั้งหมด 15 รายการ ส่วนนายวชิร เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวสามารถติดตามตัวได้จาก จ.เพชรบุรี ก่อนทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กมร 4 นครปฐม ที่เจ้าตัวใช้โปรยใบปลิวได้ภายหลัง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งสองไว้ภายในกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ (ป.1รอ.) เพื่อทำการปรับทัศนคติต่อไป

มีรายงานว่า จากการสอบสวนทั้งสองให้การรับสารภาพ โดยนายสิทธิทัศน์ รับว่า เริ่มเขียนใบปลิวโจมตี คสช.ตั้งแต่เวลา 19.00 น.ของวันที่ 22 พ.ย.ด้วยตัวเอง ก่อนจะถ่ายเอกสารไว้รวมแล้วกว่า 7,000 กว่าแผ่น จนกระทั่งเวลา 03.00 น.วันที่ 23 พ.ย. ได้นัดหมายนายวชิร คนขับรถของตัวเองให้มาพบกันที่ซอยสำราญราษฎร์ แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กทม.ก่อนส่งถุงใส่ใบปลิวให้นายวชิร จากนั้นนายวชิร ได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว แต่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน นำใบปลิวไปโปรยบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในช่วง 05.00 น.ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุนั้น นายสิทธิทัศน์ ให้การว่า เคยร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.มาก่อนตั้งแต่ปี 53 จากนั้นเมื่อมีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ก็ได้เข้ามาสังเกตการณ์ด้วย จนกระทั่งมีการเข้ามายึดอำนาจของ คสช. ตนรู้สึกว่าถูกปิดกั้นสิทธิจึงอยากแสดงออกอะไรบางอย่าง โดยไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น ผกก.สน.สำราญราษฎร์ กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น.ควบคุมตัวตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้แล้ว ก็ได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ทหารนำตัวไปปรับทัศนคติ โดยในส่วนของ สน.สำราญราษฎร์ ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคนจากศาลทหาร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ในข้อหา ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (1) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (2) เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ(3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ทหารส่งตัวกลับมาให้ทาง สน.สำราญราษฎร์ จะนำตัวส่งฝากขังทหารต่อไป