วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยถกคดี'นิคม-สมศักดิ์'เปิดให้ยื่นเอกสารเพิ่ม

“สุรชัย”เผย27พ.ย. ถกคดี “นิคม-สมศักดิ์” เปิดให้ยื่นเอกสารเพิ่ม อ้างเหตุลงมติสอยม.ค.ปีหน้า เพราะต้องเร่งคลอดกม.

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 กล่าวถึงการพิจารณาสำนวนถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาและนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.โดยมิชอบวันที่ 27 พ.ย.ว่า จะมีการแยกพิจารณาเป็นสองสำนวน เริ่มจากกรณีนายนิคม ยื่นให้สอบพยานเพิ่มเติม จะให้ผู้ถูกกล่าวหาแถลงเหตุผลที่ขอพยานเพิ่ม เท่าที่ทราบนายนิคมจะมาด้วยตัวเอง

จากนั้นให้ป.ป.ช.แถลงว่าจะคัดค้านหรือไม่ ก่อนที่สมาชิกจะลงมติรายประเด็นว่าเข้าหลักเกณฑ์ตามพ.ร.บ.ป.ป.ช.และข้อบังคับ สนช. ที่กำหนดว่าต้องเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่ป.ป.ช.ไม่ทราบว่ามีอยู่ หรือทราบว่ามีแต่ ป.ป.ช.ไม่อนุญาต หากเข้าตามหลักเกณฑ์ก็ต้องอนุญาตให้เพิ่มเติมพยานหลักฐาน และจะกำหนดวันแถลงเปิดสำนวนคดีของนายนิคมและนายสมศักดิ์ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดคาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินปลายเดือนม.ค.หรือต้นก.พ.58 ส่วนคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ยับยั้งความเสียหายโครงการจำนำข้าว ซึ่งต้องหารือกันหลังพิจารณาสำนวนถอดถอนนายนิคมกับนายสมศักดิ์วันที่ 27 พ.ย.นี้

นายสุรชัย กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต้องแถลงเปิดสำนวนคดีเดือนม.ค. เพราะสนช. ต้องผลักดันกฎหมายสำคัญให้แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค. เช่น กฎหมายภาษีมรดก ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ส่วนกรณีที่วิปสนช.มีมติตั้งกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขพ.ร.บ.ป.ป.ช.ก่อนเข้าสู่ที่ประชุมสนช.นั้น เพราะกฎหมายดังกล่าวไม่ได้เสนอโดยคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทำให้ไม่ผ่านการให้ความเห็นกฤษฎีกาและวิปรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ป.ป.ช.ใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เสนอให้สนช.ซึ่งเป็นช่องทางลัดและทำให้กระบวนการชัดเจนและลดเวลาอภิปรายวาระ 1 ได้ ทั้งนี้วิปสนช. เห็นว่ามีประเด็นแก้ไขมากจึงตั้งกรรมาธิการฯ เพื่อรับฟังความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตกผลึกก่อน จากนั้นส่งข้อมูลให้สนช.พิจารณาวาระที่ 1