วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พิชิต'ชี้ชินวัตรทำซุปเปอร์ดีลรอบ2ส่ง'สัญญาณยอมแพ้'

"พิชิต"ชี้ตระกูลชินวัตรทำ"ซุปเปอร์ดีลรอบสอง"กับทหาร หากมองย้อนหลังไป จะเห็น"ทักษิณ"ส่ง"สัญญาณยอมแพ้"

ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊คว่าการที่ตระกูลชินวัตรไปทำ "ซุปเปอร์ดีลรอบสอง" กับทหารคราวนี้ หากมองย้อนหลังไป ก็จะเห็นทักษิณส่ง "สัญญาณยอมแพ้" ให้กับฝ่ายโน้นมาล่วงหน้าหลายปี ตั้งแต่ทักษิณประกาศที่สนามศุภฯแล้วว่า ตนเป็นหมาบ้านที่ซื่อสัตย์ "รักเจ้าของ" แล้วก็มาประกาศอีกที่ราชประสงค์ "ขอลาไปขึ้นบก พี่น้องไม่ต้องแบกเรือตามมา" (ซึ่งความหมายก็คือ "ให้ยุบเสื้อแดง ให้พี่น้องเลิกรากลับบ้านไปซะ")

ตระกูลชินวัตรเป็นนักธุรกิจใหญ่โต มีสายสัมพันธ์ส่วนตัวและผลประโยชน์กับชนชั้นนำอย่างทั่วถึง ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะต้องรักษาสถานภาพเดิมของตัวไว้ให้ได้ เขาไม่ต้านรัฐประหาร ส่วนหนึ่งก็เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายถึงตัว และเพื่อรักษาบรรดาธุรกิจทรัพย์สินมากมายของเขาในประเทศไทย เขา "มีอะไร ๆ ที่ต้องสูญเสียเยอะ" ถ้าทำอะไรสุ่มเสี่ยงไป

ดร.พิชิต ยังบอกว่า มองในอีกแง่บวก ถ้าเข้าต้านรัฐประหาร โอกาสที่จะเกิดการนองเลือดใหญ่ในหมู่ประชาชนก็มีสูงมาก เขาจึงเลี่ยงเสีย มาเดินแนวทาง "Play safe" เกี้ยเซี้ยร่วมมือกับทหารไปซะเลย เอาตัวเองรอด และก็รักษาชีวิตประชาชน รอเวลา เพราะเขาเชื่อมั่นว่า ยังไง ๆ ก็ต้องมีเลือกตั้งไม่ช้าก็เร็ว ส่วนรัฐธรรมนูญใหม่จะเลวร้ายยังไงก็รับได้

แต่ซุปเปอร์ดีลทั้งสองครั้ง ก็ได้สร้างความเสียหายอย่างมากมายแก่ประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย การยัดไส้เหมาเข่งรอบแรกทำให้พี่น้องของเรา 20-30 คนที่ติดคุกมาตั้งแต่ปี 53 ต้องติดคุกยาวจนบัดนี้ และจากซุปเปอร์ดีลกับทหาร ก็ทำให้เกิดนักโทษการเมืองเพิ่มขึ้นอีกและที่ต้องหลบหนีไปต่างประเทศ รวมแล้วหลายร้อยคน รวมทั้งผลกระทบรุนแรงต่อครอบครัว คนที่เขารัก และอาชีพการงาน

แน่นอนว่า ถึงที่สุดแล้ว ทั้งหลายทั้งปวงเกิดจากเผด็จการที่กระทำต่อประชาชน ตระกูลชินวัตรได้สร้างประโยชน์แก่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมามาก (อย่างน้อยถึงปี 54) แต่ขณะเดียวกัน ตระกูลชินวัตรก็ไม่สามารถปัดความรับผิดชอบต่อความเสียหายอย่างใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นจากซุปเปอร์ดีลทั้งสองครั้งได้เช่นกัน