"วิษณุ"แนะอย่าเพิ่งพูดเรื่องทำประชามติรธน.ชี้ต้องรอดูสถานการณ์อีก10 เดือน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เสนอร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ...) พ.ศ.... เข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งมีการเพิ่มอำนาจให้กับป.ป.ช.และเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิดทุจริตคอร์รัปชั่น ว่า ตนยังไม่ได้เห็นร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว จึงไม่ทราบรายละเอียดเนื้อหาในนั้น ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นในเรื่องนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ตนได้พบกับประธานป.ป.ช.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับแจ้งว่าป.ป.ช.กำลังจะเสนอแก้ไขกฎหมายป.ป.ช. ซึ่งตนบอกไปว่าขึ้นอยู่กับป.ป.ช.จัดทำมา
"แต่ขอให้ระวังว่าอย่าไปแก้ไขอะไรมาก เพราะอาจจะไม่ตรงกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งตอนนี้เตรียมจะยกร่าง ยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะให้มีป.ป.ช.อยู่หรือไม่ หรือให้ป.ป.ช.มีอำนาจอย่างไรบ้าง แต่ถ้าจำเป็นต้องแก้ไขพ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อเอื้ออำนวยการทำงานเฉพาะหน้าของป.ป.ช.ในช่วง 1 ปีนี้ ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ประเด็นใดที่จะเป็นการผูกมัดระยะยาว เช่น การกำหนดให้คดีการทุจริตไม่มีอายุความ เป็นต้น เขาก็ควรรอดูหน้าตาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนว่าจะออกแบบให้ป.ป.ช.ทำอะไรได้บ้าง"นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ ยังกล่าวถึงข้อกังวลของบางฝ่ายที่เกรงว่าคลื่นใต้น้ำอาจส่งผลกระทบต่อการร่างรัฐธรรมนูญ หรืออาจมีการซื้อสิทธิขายเสียงในการลงประชามติเพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตอนนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอน จึงยังไม่ควรพูดถึงเรื่องการทำประชามติที่เป็นเหตุการณ์ของ 10 เดือนข้างหน้า ดังนั้นควรรอให้เขายกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จเสียก่อน ซึ่งเมื่อมีการยกร่างฯไปได้ครึ่งทาง ก็คงพอจะรู้ไว้ว่าควรจะมีการทำประชามติหรือไม่ เช่น ถ้ายกร่างฯแล้วมีหลักการออกมาไม่มีความพิสดารอะไร ก็คงไม่ต้องทำประชามติ
แต่ถ้ามีหลักการที่เป็นประเด็นแปลกใหม่ ก็คงต้องถามใจประชาชนว่าจะยอมรับหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งตนคิดว่าควรรอให้ถึงเวลานั้นก่อนจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนไม่กังวลว่าจะมีการซื้อเสียงในการลงประชามติเพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องพูดกัน อย่าเพิ่งไปไกลถึงตรงนั้น เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ได้เขียนร่างรัฐธรรมนูญเลย ส่วนเรื่องของคลื่นใต้น้ำนั้น ตนไม่อยากพูดถึง และถ้าเราพูดถึงเรื่องนี้กันมากๆ มันก็อาจจะเกิดขึ้นมาจนได้





