วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสียงคนอีสานถึงนายกฯ

""อยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยหลายอย่างโดยเฉพาะน้ำ ไม่เคยพอใช้ ทุกปีต้องขอน้ำคนอื่นใช้ น้ำอาบก็ไปขอเพื่อนบ้าน"

วันนี้ (19 พ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมและแก้ไขปัญหาภัยแล้งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถือเป็นการเดินทางลงพื้นที่ภาคอีสานเป็นครั้งแรก หลังจากเข้ายึดอำนาจการปกครองและรับตำแหน่งทางการเมือง

การเยือนอีสานครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะมอบนโยบายให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 20 จังหวัดของภาคอีสาน ตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้งล่าสุด และติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ตามนโยบายของ คสช. และรัฐบาล

นอกจากนี้ยังมีการปล่อยแถวเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง หรือ "คาราวานภัยแล้ง" ด้วย หลังจากนั้นจะเดินทางลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองใหญ่ ต.น้ำอ้อม อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ก่อนเดินทางไปตรวจการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และตรวจโครงการน้ำดื่มโรงเรียน และการเจาะแหล่งน้ำบาดาล ของกรมทรัพยากรน้ำ ที่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

แต่ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะไปถึง ลองมาฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ต่อการมาเยือนของผู้นำประเทศและนโยบายแก้ปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ของภาคอีสาน

น้ำหนองใหญ่แห้งจนเท่าสนามฟุตบอล

นายเธียรชัย ศรีพันชาติ นายกเทศมนตรีเทศบาลน้ำอ้อม บอกว่า ได้ร่วมกันเร่งจัดเตรียมสถานที่เพื่อต้อนรับนายกฯ อย่างเต็มที่ และรู้สึกดีใจที่น้ำหนองใหญ่ได้รับความสนใจจากนายกฯ

สำหรับโครงการปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองใหญ่นี้ ได้รับงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อขุดลอกเพิ่มพื้นที่จุน้ำ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

เดิมน้ำหนองใหญ่เป็นหนองที่มีความลึกมาก เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้าน อ.กระนวน มานาน แต่เนื่องจากไม่เคยได้รับการพัฒนา ทำให้เกิดการตื้นเขิน การกักเก็บน้ำจึงลดลง

ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำกลับมีมากขึ้น เพราะแหล่งน้ำหนองใหญ่เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค โดยป้อนให้กับเขต อ.กระนวน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น อ.หนองกุงศรี อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และอ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม ทำให้น้ำจากหนองใหญ่ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค เมื่อถึงหน้าแล้ง น้ำแห้งขอดจนกลายเป็นสนามฟุตบอล

แต่ในช่วง 2-3 ปีมานี้ เริ่มมีโครงการขุดลอกระยะแรกงบประมาณ 5 ล้านบาท ทำให้เห็นความแตกต่าง มีระดับกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อยแต่ยังไม่เพียงพอทำได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะพื้นที่ของหนองกว้างมากพื้นที่รวม 400 ไร่ และเมื่อได้งบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื่อว่าน่าจะช่วยให้ระดับเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

"ความต้องการอุปโภคบริโภค รวมทั้งการขยายของการประปาส่วนภูมิภาคเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาจึงต้องขอความร่วมมือจากชาวบ้านให้งดปลูกพืชการเกษตร เพื่อผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่เกิดภาวะแล้งอย่างหนัก"

นายธีรภัทร ศรีสุพัฒน์ กำนัน ต.น้ำอ้อม อ.กระนวน เสริมว่า แหล่งน้ำหนองใหญ่อยู่ในความดูแลของ ต.น้ำอ้อม แต่ประชาชนที่ได้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำนี้มีแค่ 3 หมู่บ้านเท่านั้นคือ บ้านหนองซา บ้านโนนสวรรค์ และบ้านตาดทิพย์

ส่วนหมู่บ้านอื่นๆ ใน ต.น้ำอ้อมจะใช้น้ำประปาจากบาดาลที่เจาะใช้ในหมู่บ้าน นอกจากนี้การใช้น้ำเพื่อการเกษตร ชาวบ้าน ต.น้ำอ้อมไม่ได้ใช้เพื่อการเพาะปลูกเลย เพราะได้รับการร้องขอและห้ามปลูกพืชการเกษตร เพียงแต่ช่วงที่มีน้ำสามารถทำมาหาเลี้ยงชีพโดยการประมง เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

"ชาวน้ำอ้อมได้ช่วยดูแลและรักษาแหล่งน้ำหนองใหญ่เป็นอย่างดี ไม่ละเมิดนำน้ำมาทำการเกษตรเพื่อที่จะมีน้ำเพื่อการประปา ซึ่งหวังว่านายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญนอกจากโครงการขุดลอกนี้แล้ว จะมีงบประมาณเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำนี้ให้ได้ขนาดและความจุกักเก็บน้ำมากขึ้น เพื่อจะได้แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำประปาในช่วงแล้งไปได้อย่างถาวร"

วอนนายกฯปรับปรุงถนน

ในความเห็นของชาวบ้านอย่าง นายบัวลา ธุรธรรม ชาวบ้าน ต.หนองโก อ.กระนวน บอกว่า เมื่อรู้ว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาที่อำเภอกระนวนและมาดูแลเรื่องการเตรียมการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับผู้ประสบภัยแล้ง ก็รู้สึกดีใจ และจะมารอต้อนรับด้วย เพราะเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีมาที่อำเภอกระนวน

"อยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยหลายอย่างโดยเฉพาะน้ำ ไม่เคยพอใช้ ทุกปีต้องขอน้ำคนอื่นใช้ น้ำอาบก็ไปขอเพื่อนบ้านที่มีสระ ส่วนน้ำดื่มก็ขอน้ำบาดาลจากหมู่บ้านอื่นที่อยู่ใกล้เคียง"

นอกจากปัญหาน้ำแล้ว เขายังต้องการให้นายกฯ ช่วยเหลือเรื่องถนน เพราะถนนทางเข้าหมู่บ้านโซนนี้เล็กและแคบมาก บางเส้นถนนไม่เคยได้รับการปรับปรุง การพัฒนาที่เคยทำแล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อ ที่อยู่ลึกเข้าไปก็เป็นถนนลูกรัง

ผู้เลี้ยงกุ้งกาฬสินธุ์โอดแล้งทำต้นทุนพุ่ง

ส่วนที่ จ.กาฬสินธุ์ นายสมาน ภูใบบัง อายุ 66 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามใน ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ บอกว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านใน ต.บัวบาน อ.ยางตลาด อย่างน้อย 70 เปอร์เซ็นต์ ยึดอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกรามและทำนา

บางพื้นที่อาศัยน้ำฝนตามฤดูกาล แต่ส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว เป็นหลัก แต่ที่ผ่านมาทุกๆ ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกลับต้องประสบปัญหาทั้งภัยแล้งและภัยหนาว

โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง น้ำไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงและการเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อกุ้ง ทำให้น้ำเกิดเน่าเสีย กุ้งขาดออกซิเจน เนื่องจากทางเขื่อนมักจะปิดน้ำซ่อมคลองในช่วงหน้าแล้งเดือน มี.ค.-เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนทำให้กุ้งล้มตายไปจำนวนมาก

บางรายกุ้งตายยกบ่อ ประกอบกับพันธุ์ลูกกุ้งและหัวอาหารแพง ทำให้ปัจจุบันเหลือเกษตรกรที่ยึดอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอยู่ไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 100 รายเท่านั้น เพราะทนกับภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งและทนแบกรับภาระเลี้ยงกุ้งขาดทุนไม่ไหว

อย่างไรก็ตามทราบว่า พล.อ.ประยุทธ พร้อมคณะจะเดินทางมาตรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาว ในนามตัวแทนเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามจึงอยากให้มีการบริหารจัดการส่งน้ำให้กับเกษตรกรของเขื่อนลำปาวใหม่ โดยเฉพาะการปิดเปิดน้ำซ่อมคลอง การเพิ่มคูและคลองส่งน้ำ เพื่อให้กระจายไปถึงกลุ่มผู้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง แต่จะต้องดำเนินการซ่อมในช่วงที่ไม่กระทบกับเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งและเกษตรกรที่ทำนา เพื่อให้เกษตรกรได้เลี้ยงกุ้ง สร้างรายได้ให้กับครอบครัว แก้ไขปัญหาระยะยาวต่อไป

ชาวบาแนะแก้ระบบจัดส่งน้ำ

ขณะที่ นายประภาส ภูวงกต อายุ 60 ปี ชาวนาบ้านดงเมือง ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ บอกว่า เขื่อนลำปาวถือเป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทยก่อสร้างขึ้นมาทำให้ประชาชนสามารถได้ใช้ประโยชน์จำนวนมาก แม้ที่ผ่านมาช่วงหน้าฝนมักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ท้ายน้ำและหน้าแล้งก็เกิดปัญหาภัยแล้งเกือบทุกปี แต่ต่อมามีการปรับปรุงใหม่ให้สามารถกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น จากเดิมจุได้ 1,430 ล้าน ลบ.ม. เป็น 1,980 ล้าน ลบ.ม.ถือเป็นผลดีต่อเกษตรกร

แต่ปัจจุบันการส่งน้ำให้กับเกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวก็ยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะการทำนาปรังช่วงหน้าแล้ง มีเกษตรกรหลายรายไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้ เนื่องจากไม่มีน้ำและไม่ทั่วถึง ทำให้เกษตรกรเสียโอกาส

ดังนั้นจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการจัดระบบหรือปรับปรุงการจัดส่งน้ำของเขื่อนลำปาวใหม่ ขยายพื้นที่ส่งน้ำเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มจำนวนสายคลองส่งน้ำให้มากขึ้น โดยเฉพาะการส่งน้ำในช่วงหน้าแล้ง เพราะชาวบ้านใน ต.ลำพาน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาเป็นหลัก มีรายได้จากการทำนาปีและนาปรัง

ขอเร่งจ่ายเงินช่วยชาวนาไร่ละพัน

เขายังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดการจ่ายเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำนาปี 1 ไร่ 1,000 บาท เนื่องจากปัจจุบันมีการจ่ายเงินล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการของเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้เงินในการจ้างแรงงานค่าแรงในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้ต้องไปกู้ยืมเงินมาเหมือนเดิม

นอกจากนี้กรณีรถเกี่ยวข้าวที่รัฐบาลกำหนดให้คิดค่าจ้างไร่ละไม่เกิน 600 บาทนั้น ปัจจุบันไม่มีผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวเข้ามาเกี่ยวข้าวให้กับเกษตรกร เนื่องจากไม่คุ้มทุน ทำให้ผลผลิตข้าวเสียหายเก็บเกี่ยวไม่ทัน

"อยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ชาวนาด้วย เพราะหากปล่อยไว้จะไม่ใช่เป็นการคืนความสุขให้ประชาชน แต่กลับเป็นการคืนความทุกข์ให้กับประชาชน"