วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569

Login
Login

ตร.เร่งหานักธุรกิจสัญชาติกัมพูชา-จีนถูกอุ้ม

ตร.เร่งหานักธุรกิจสัญชาติกัมพูชา-จีนถูกอุ้ม

นักธุรกิจสัญชาติ"กัมพูชา-จีน"ถูกชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจอุ้มหาย ตร.เร่งหาเบาะแส คาดถูกคุมตัวในกทม.-ปริมณฑล

รายงานข่าวแจ้งว่า กลุ่มนักธุรกิจสัญชาติจีน ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ พงส.ผทค.สน.พญาไท พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ รองผกก.(สส.) พ.ต.ต.ประภาส แก้วฉีด สว.สส.เพื่อให้ปากคำในกรณีการหายตัวไปของนายเฉิน จี้ นักธุรกิจ 2 สัญชาติกัมพูชา-จีน สืบเนื่องจากช่วงเช้าของวันที่ 12 พ.ย.57 นางลี เซีย ฟู อายุ 26 ปี สัญชาติจีน ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความกับ ร.ต.ท.เจริญ สุขมาก พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ว่า เมื่อเวลา 12.00 น.ของวันที่ 11 พ.ย.57 ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่ง อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาจับกุมตัวนายเฉิน จี้ (MR.CHEN ZHI) อายุ 27 ปี ชาวจีน-กัมพูชา บริเวณอาคารใบหยก แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. โดยอ้างว่ามีหมายจับ จากนั้นก็พาตัวขึ้นรถหายไป

นางลี กล่าวอีกว่า ภายหลังถูกจับกุมตัวไป นายเฉิน ได้ติอต่อทางโทรศัพท์มาหา นางลี ซึ่งพักอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ กับสามี ว่า ตนถูกควบคุมตัวโดยชายไทยไม่ทราบชื่อ โดยอ้างถูกออกหมายจับ จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้อีกเลย ทำให้นางลี ตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามการหายตัวไปของนายเฉิน เนื่องจากนาย เฉิน ป็นนักธุรกิจ ที่เดินทางมาทำธุรกิจในประเทศไทย และไม่เคยมีหมายจับใดๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้เกิดความสงสัยว่าทำไมถึงถูกจับกุมตัวไป และใครเป็นคนจับกุมตัวไป

ภายหลังรับเรื่องดังกล่าวเบื้องต้นทางชุดสืบสวนของ สน.พญาไท ได้ประสานไปทางสมาคมนักธุรกิจจีน เพื่อขอรายละเอียดต่างๆ เนื่องจากนายเฉิน ถือ 2 สัญชาติ คือสัญชาติจีน-สัญชาติกัมพูชา พร้อมกับมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณโดยรอบอาคารใบหยก ซึ่งก็พบว่ากล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ขณะถูกอุ้มนายลีไว้ได้

แหล่งข่าวผ่ายสืบสวน ระบุว่า จากการสอบปากคำพยานซึ่งทำหน้าที่เป็นไกด์ชาวจีน ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตอนเกิดเหตุ เล่าว่าในวันที่เกิดเหตุนายเฉิน ซึ่งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศเขมร ได้ให้ไกด์ชาวจีนเดินทางมารับพร้อมกับพวกอีก 7 คน เพื่อเดินทางไปรับประทานอาหารที่บริเวณตึกใบหยก หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ต่างพากันแยกย้ายกันเดินเที่ยวหาซื้อของ แต่ระหว่างที่นายเฉิน กำลังเดินเที่ยวอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้มีชาย 2 คน เข้ามาจับจับกุมพร้อมโชว์บัตรแสดงตัว อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอ้างว่านายเฉิน มีหมายจับ โดยตอนที่เกิดเหตุปรากฏว่าทางไกด์ชาวจีน ที่ได้ยิน 1 ใน 2 ของชายที่เข้ามาจับกุม พูดโทรศัพท์ว่า “มันไม่ยอมมากับผม”ก่อนที่จะจับตัวนายลีอุ้มหายตัวไป

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลในอีเมล์ของนายเฉิน พบว่าได้มีการสั่งซื้อสินค้ามูลค่า 20 ล้านหยวน(หรือ 100 ล้านบาท) กับกลุ่มนักธุรกิจกลุ่มหนึ่ง แต่เมื่อมีการสอบถามคนใกล้ชิดพบว่า ตามปกติแล้วในการสั่งซื้อสินค้า จะมีมูลค่าไม่สูงมากเท่ากับครั้งนี้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะข่มขู่ให้นายเฉิน ทำการสั่งซื้อสินค้า เพื่อต้องการตรวจสอบบัญชีของนายเฉิน ว่ามีเงินหมุนเวียนจำนวนมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้เชื่อว่าเมื่อกลุ่มคนร้ายเมื่อทราบถึงสถานะการเงินในบัญชีของเฉินน่าจะมีการบังคับให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชี หรือให้คนใกล้ชิดนำเงินสดไปไถ่ตัวเหยื่อ ซึ่งทางชุดสืบสวนได้ประชุมและเร่งติดตามหาเบาะแสกลุ่มคนร้าย และหาตัวนายเฉิน โดยเชื่อว่านายเฉิน น่าจะยังมีชีวิตอยู่และยังถูกคุมตัวในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัตินายเฉินพบว่า มีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยโดยใช้หนังสือเดินทางประเภทนักท่องเที่ยว ซึ่งผ่านเข้าออกทางด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมทั้งมีการแจ้งที่อยู่ภูมิลำเนาที่จ.ชลบุรี อีกทั้งไม่มีประวัติต้องคดีหรือมีหมายจับขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ "อินเตอร์โปล" แต่อย่างใด