ศาลไม่ให้ประกันตัว "ครรชิต" อดีตส.ส.ปชป. ส่งตัวเข้าเรือนจำ หลังถูกตัดสินประหารชีวิต คดีฆ่าอดีตนายกฯอบจ.
หลังจากศาลจังหวัดสมุทรสาคร พิพากษาประหารชีวิต นายครรชิต ทับสุวรรณ อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตกเป็นจำเลยฆ่า นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ อดีต นายก อบจ.สมุทรสาคร จากนั้นฝ่ายญาติของผู้ต้องหาได้ยื่นเรื่องพร้อมเงินสดจำนวน 1.4 ล้านบาทขอประกันตัวนั้น
ล่าสุดศาลมีคำสั่งไม่อนุญาติให้ประกันตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่เตรียมคุมตัวนาย ครรชิต ผู้ต้องหาเข้าเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร และหากผู้ต้องหาจะขออุทธรณ์ ต้องยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 จ.นครปฐม เพราะศาลจ.สมุทรสาครมีเพียงศาลอาญา กับศาลเยาวชนเท่านั้น
รายงานแจ้งว่า ในรายละเอียดของคำพิพากศาลบางตอนระบุชัดว่า คำให้การของผู้ต้องหามีข้อพิรุธหลายข้อ เช่นที่อ้างว่าในวันเกิดเหตุตนเองไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ และอ้างว่าไปงานสัมมนาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในจ.ประจวบคีรีขันธ์นั้น และอ้างว่ามีพนักงานโรงแรม 2 คน เป็นพยานได้ แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบทราบว่าพยาน 2 คน เป็นเพียงช่างไฟเท่านั้นซึ่งไม่เกี่ยวกับการดูแลลูกค้าแต่อย่างใด
นอกจากนี้ทางผู้ต้องหาอ้างว่าใช้โทรศัพท์ 2 เบอร์ และอ้างว่าส่วนใหญ่จะใช้เบอร์.. ดังกล่าวเป็นประจำ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้วกลับไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ในส่วนของพยานบุคคลนั้นมีคนเห็นเหตุการณ์ประมาณ 2-3 คน โดยเฉพาะคนขับรถของผู้ตายเป็นผู้เห็นเหตุการณ์และยืนยันชัดเจนว่าหลังผู้ต้องหาก่อเหตุแล้วได้ใช้อาวุธปืนจ่อข่มขู่มาทางตนเอง จึงทำให้คนขับรถต้องเบี่ยงตัวหลบพร้อมบอกว่า"ขอโทษครับนาย" แต่เมื่อผู้ต้องหาไม่เหนี่ยวไกปืนแล้ว ทางคนขับรถจึงตกใจกลัววิ่งหนีไปแอบในร้านกาแฟในปั๊มน้ำมัน ส่วนที่ปฎิเสธในวันเกิดเหตุนั้นเพราะเกิดความกลัวจึงไม่กล้าที่จะเปิดเผยเหตุการณ์แต่อย่างใด
นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนมีทั้งพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ซึ่งเป็นบุคคลในปั๊มน้ำมันอีก 2 คน ซึ่งเห็นใบหน้าของคนร้าย และยืนยันกับทางพนักงานสอบสวนว่าถ้าเห็นอีกครั้งก็จำได้ ทางพนักงานสอบสวนจึงนำรูปของผู้ต้องหาให้พยานทั้งสองดู ซึ่งพยานทั้งสองก็ยืนยันว่าเป็นคนร้ายก่อเหตุในวันนั้น ในส่วนนี้พนักงานสอบสวนจึงนำพยานปากสำคัญเข้าขบวนการคุ้มครองพยานโดยนำตัวไปเก็บตัวในเซฟเฮาส์แห่งหนึ่งเนื่องจากเกรงว่าจะถูกข่มขู่และอาจนำไปสู่ในเรื่องการกลับคำให้การในภายหลัง
ประกอบกับทางพนักงานสอบสวนก็มีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่จับภาพตัวรถของผู้ต้องหาบริเวณปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ และตลอดเส้นทางถนนกล้องวงจรปิดก็จับภาพตัวรถได้เช่นกัน เมื่อทางพนักงานสอบสวนไม่สามารถหาหลักฐานอาวุธปืนมาเป็นหลักฐานทางคดีได้ จึงต้องเดินหน้าหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มาผนวกกับพยานบุคคลมาประกอบสำนวนเพื่อมัดตัวผู้ต้องหาดังกล่าว





