รองปลัดยธ.เตรียมเสนอ"ไพบูลย์"ของบประมาณ 160 ล้าน ให้สถาบันนิติวิทย์ฯตรวจเก็บดีเอ็นเอนักโทษในเรือนจำ
พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำ ด้วยการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอผู้ต้องขังในเรือนจำว่า ในสัปดาห์หน้าจะเสนอโครงการต่อพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขออนุมัติงบประมาณ 160 ล้านบาท ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ใช้ดำเนินการในเรื่องการตรวจพิสูจน์ ซึ่งถือเป็นการเก็บหลักฐานบุคคลที่เป็นไปตามระเบียบกรมราชทัณฑ์แต่เดิมเป็นเพียงการเก็บตัวอย่างลายพิมพ์นิ้วมือ ซึ่งมีปัญหาในระยะยาวเพราะสำเนาลายพิมพ์นิ้วมือเลือนราง เป็นอุปสรรคเมื่อต้องนำไปตรวจสอบประวัติอาชญากรหรือใช้ประโยชน์ในการสอบสวนขยายผลคดีอื่นๆ
ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ต้องขังมีจำนวนมากและมักเกิดปัญหาลักทรัพย์ ทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันในเรือนจำ การเก็บดีเอ็นเอจะช่วยพิสูจน์ผู้กระทำผิดด้วย หลังจากนี้จะมีการแก้ไขระเบียบราชทัณฑ์เพิ่มเติมเพื่อรองรับการทำงาน ซึ่งในส่วนของเรือนจำการเก็บดีเอ็นเอจะทำให้สามารถตรวจสอบผู้ต้องขังที่เข้ามารับโทษ และออกจากเรือนจำเมื่อครบกำหนดโทษว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ได้ด้วย นอกจากนี้การเก็บดีเอ็นเอผู้ต้องขังยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับสังคมภายนอกในกรณีที่มีผู้พ้นโทษออกจากเรือนจำเฉลี่ยปีละ 30,000 ราย หากคนกลุ่มนี้ออกไปกระทำผิดซ้ำจะสามารถรู้ตัวคนร้ายได้จากดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้ทำการอบรมเกี่ยวกับการเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้กับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางและเรือนจำความมั่นคงสูง 64 แห่ง เพื่อให้ไปทำหน้าที่จัดเก็บวัตถุพยานที่ได้จากการตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามในเรือนจำ เช่น โทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด เพื่อนำไปสู่การตรวจหาเจ้าของ ซึ่งขณะนี้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้เพิ่มโทษผู้ต้องขังที่กระทำผิดลักลอบนำสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำจาก 1 ปี เป็น 5 ปี โดยจะนำร่องเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอผู้ต้องขังคดียาเสพติดในเรือนจำความมั่นคงสูงก่อน ซึ่งในช่วงเริ่มต้นจะเก็บดีเอ็นเอจากโทรศัพท์มือถือที่ยึดได้จากการจู่โจมตรวจค้น และนักโทษที่ใกล้ครบกำหนดโทษหรืออยู่ในกลุ่มที่จะได้รับการพักการลงโทษ





