วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.เลื่อนเปิดคดีถอดถอน'ยิ่งลักษณ์'เป็น28พ.ย.

สนช.เห็นชอบเลื่อนวาระแถลงเปิดคดีถอดถอน"ยิ่งลักษณ์"เป็น 28 พ.ย. เปิดโอกาสให้ศึกษาสำนวนป.ป.ช.

มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)นัดพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่อดำเนินกระบวนการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ตามาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประกอบมาตรา 64 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 เพื่อกำหนดวันแถลงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้กล่าวหา และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวหา (ตามข้อบังคับการประชุมสนช. 2557 ข้อ 132 ซึ่งสนช.ได้อนุญาติให้นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง นายสมหมาย กู้ทรัพย์ และนายเอนก คำชุ่ม ทีมทนายผู้ได้รับมอบอำนาจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้รับผิดชอบดคีโครงการรับจำนำข้าว มาชี้แจงถึงเหตุผลการขอให้ที่ประชุมสนช.เลื่อนการพิจารณาถอดถอนน.ส.ยิ่ง ลักษณ์ คดีโครงการรับจำนำข้าว ในวันที่ 12 พ.ย. ออกไปอีก 30 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้กำชับให้สมาชิกสนช. ระมัดระวังไม่กระทำการใดที่ขัดข้อบังคับการประชุมข้อ 161 เรื่องการวางตัวเป็นกลาง ไม่แสดงความเห็นที่อาจทำให้การวินิจฉัยของที่ประชุมเสียความยุติธรรม และได้ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินคดีต่อที่ประชุมว่า ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สนช. วันที่ 14 ต.ค. ซึ่งได้แจกสำเนาการถอดถอนให้สมาชิกทราบ วันที่ 28 ต.ค. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ รับทราบแล้ว แต่นายนรวิชญ์แจ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ จึงยังไม่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นสนช.จึงส่งเอกสารประกอบการพิจารณาของสนช.ไปที่บ้านอดีตนายกฯ ซึ่งมีผู้เซ็นรับเอกสารถึงสองครั้งเมื่อวันที่ 29 ต.ค. และ 7 พ.ย.

จากนั้นนายเอนก คำชุ่ม ทีมทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงถึงเหตุผลการขอเลื่อนการประชุมต่อสนช.ว่า ตามข้อบังคับการประชุมสนช.ข้อ 149 และ 150 ระบุว่า สนช.ต้องส่งรายงานและสำนวนของป.ป.ช.ให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบไม่น้อยกว่า 15 วัน นับจากวันประชุมนัดแรกคือ วันที่ 12 พ.ย. ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังไม่ทราบว่า มีวาระถอดถอนอยู่ในสนช. เนื่องจากอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อกลับถึงประเทศไทย วันที่ 2 พ.ย. ได้หารือกับทีมทนายความว่า ยังไม่ได้รับสำนวนจากป.ป.ช. จึงทำหนังสือถึงประธานสนช. เมื่อวันที่ 5 พ.ย. เพื่อขอเลื่อนการประชุมนัดแรกออกไปก่อน เพราะการประชุมนัดแรกมีความสำคัญต่อผู้กล่าวหาที่เป็นวันกำหนดแถลงเปิดคดีของผู้กล่าวหา และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาโต้แย้ง คัดค้าน และยื่นขอให้สอบพยานเพิ่มเติมล่วงหน้า ดังนั้นโอกาสของอดีตนายกฯที่จะได้ศึกษาสำนวนป.ป.ช.แทบจะไม่มีเลย เพราะเวลาหมดไปตามระยะที่ข้อบังคับกำหนด

นายเอนก กล่าวว่า หนังสือจากประธานสนช.ที่ส่งให้กับอดีตนายกฯเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา หากนับถึงวันที่ 12 พ.ย. อดีตนายกฯมีเวลาเตรียมตัวแค่ 5 วันเท่านั้น ทั้งที่ข้อกล่าวหาที่สนช.แจ้งให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบ มีเนื้อหาประมาณ 100 กว่าหน้า ซึ่งพวกตนเพิ่งได้รับเมื่อวานนี้ ยังไม่มีโอกาสได้ดู จึงขอเลื่อนการประชุมออกไปก่อน จึงขอให้สมาชิกสนช.ปฏิบัติตามข้อบังคับ 149 และ 150 ให้โอกาสนายกฯได้ศึกษาข้อเท็จจริง ระบุพยานเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามกระบวนการ ถือเป็นการอำนวยความยุติธรรม และผู้กล่าวหา นอกจากนี้สำนวนของป.ป.ช.ที่ให้สมาชิกสนช.ศึกษา มีจำนวน 3,870 หน้า เป็นเอกสารลับทั้งหมด ซึ่งไม่สามารถถ่ายเอกสารได้ ทีมทนายความก็ตกใจว่า จะทำอย่างไร ถ้าถ่ายเอกสารไม่ได้ ต้องมานั่งจดอย่างนั้นหรือ ถ้านั่งดูให้จบถือเป็นเรื่องยากมาก จึงขออนุญาตประธานสนช.ขอถ่ายเอกสารดังกล่าวเพื่อความรวดเร็ว หากตีเป็นลับทั้งหมด และไม่อนุญาตให้ถ่ายเอกสาร ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ทีมงานเท่าไร เพื่อดูเอกสารทั้งหมด

ขณะที่นายนรวิชญ์ ชี้แจงว่า วันนี้ไม่ได้มาเอาโทษหรือเอาผิดใคร มาเพื่อปกป้องอดีตนายกฯ ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นลูกความเท่านั้น ที่ผ่านมาวันที่ 30-31 ต.ค.มีเจ้าหน้าที่ประสานมายังตนให้มารับสำเนารายงานของป.ป.ช. แต่ขณะนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ต่างประเทศ ยังไม่ได้มอบหมายให้ตนและทีมทนายความมาดูแลคดีถอดถอน และน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่รู้ว่ามีวาระการถอดถอนบรรจุในสภาแล้ว ขณะนั้นตนยังไม่ได้รับมอบอำนาจ จึงไม่อาจมารับสำเนาของป.ป.ช. แทนอดีตนายกฯได้ จึงไม่มีเจตนาประวิงเวลาใด ๆ เมื่อนายกฯเดินทางกลับมาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มอบให้ทีมทนายความดำเนินการ จึงมีการยื่นหนังสือคัดค้านเมื่อวันที่ 5 พ.ย.

ภายหลังที่ทีมทนายชี้แจงเหตุผลแล้ว นายพรเพชรได้เปิดให้สมาชิกได้ซักถามข้อสงสัยจากทีมทนายความโดยมีสมาชิกร่วมซัก 4 คน อาทิ นางเสาวณี สุวรรณชีพ ถามว่า ทีมทนายความได้รับการประสานจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์เรื่องให้มาทำคดียาวนานแค่ไหน เพราะเชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมต่อสู้คดีมายาวนานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งประสานกัน ขณะที่นายมณเฑียร บุญตัน ถามว่า แม้น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ต่างประเทศ แต่เหตุใดทีมทนายความไม่โทรศัพท์แจ้งให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ทราบข่าวก็สามารถสั่งการมายังทีมทนายความได้ทันที กรณีการถอดถอนดังกล่าวประชาชนทั่วประเทศทราบดีว่า จะมีการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมสนช.วันที่ 12 พ.ย. มานานแล้ว

ขณะที่นายนรวิชญ์ ชี้แจงข้อซักถามว่า การให้เหตุผลว่า มีการรายงานข่าวจากสื่อต่างๆว่า สนช.ได้บรรจุวาระถอดถอนในวันที่ 12 พ.ย. แสดงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์รับทราบวาระการถอดถอนแล้ว ถือว่า ไม่ถูกต้องเพราะการรับทราบต้องได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการโดยตรงจากสน ช.ตามข้อบังคับเท่านั้น เมื่อสนช.ร่างข้อบังคับเพื่อใช้เป็นกฎเกณฑ์ในการพิจารณาแล้วจะละเลยข้อ บังคับที่ตนเองร่างขึ้นมาหรืออย่างไร

ต่อมานายพรเพชรได้ขอมติจากที่ประชุมว่า จะให้เลื่อนการพิจารณานัดแรกเพื่อกำหนดวันแถลงเปิดคดีหรือไม่ โดยที่ประชุมมีมติด้วยเสียง 167 ต่อ16 งดออกเสียง 7 เสียง ให้เลื่อนการพิจารณานัดแรกออกไป และที่ประชุมได้เห็นชอบตามที่นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิปสนช.ได้เสนอว่า ให้เลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นวันที่ 28 พ.ย. ตามมติวิปสนช.ทั้งนี้นายพรเพชรแจ้งว่า เมื่อเลื่อนการพิจารณาออกไปแล้ว ขอให้ผู้ถูกกล่าวหาไปตรวจเอกสารและคัดสำนวน จำนวน 3,870 หน้า ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ในเวลาราชการ