วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รองนายกฯแจงปมเขียนรธน.ห้ามทำรัฐประหาร

"วิษณุ" รองนายกฯ ชี้เขียนรัฐธรรมนูญว่าห้ามทำรัฐประหาร เคยมีมาแล้ว แต่ถึงเวลาก็เลิกทั้งฉบับ ประโยชน์ก็ไม่มี

เมื่อเวลา 12.00น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี คำถามสื่อว่าจะทำอย่างไร ไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เกิดความขัดแย้งและถูกฉีกบ่อยๆ ระบุว่า ต้องเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิด การทำรัฐธรรมนูญก็เหมือนการสร้างบ้าน เวลาเราสร้างบ้านเราคงไม่คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ในบ้านได้ด้วยความสะดวกสบายอย่างเดียว แต่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้โจรผู้ร้ายเข้าไป หรือทำอย่างไรไม่ให้เกิดน้ำท่วม ซึ่งสมัยก่อนอาจจะไม่ต้องทำ

"ผมจึงคิดว่าการสร้างบ้านกับรัฐธรรมนูญจึงคล้ายกันจะต้องคิดว่าภัยต่างๆ จะมีอะไรบ้าง หลายคนถามว่าทำไมต้องคิดร่างรัฐธรรมนูญป้องกันการรัฐประหาร ก็ทำมา 19 ฉบับ ก็ทำรัฐประหารกันเสียตั้งเยอะ เราก็รู้ว่าเป็นภัยหนึ่งในหลายภัย และถ้าเราคิดว่าเป็นภัยก็ต้องหาทางป้องกันไว้ ส่วนจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ มันคงแก้หมดจดไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการคิดและแก้ไขไปบ้างแล้วและคงต้องช่วยกัยคิดต่อไป"นายวิษณุ กล่าว

ส่วนความเป็นไปได้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีการระบุข้อห้ามในการทำรัฐประหารหรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า "เคยมีการเขียนมาแล้ว แต่พอถึงเวลาเขาก็ยกเลิกทั้งฉบับ หรือเลิกมาตรานั้น สิ่งที่ห้ามไว้ก็หายไป ประโยชน์ก็ไม่มี เพราะฉะนั้น การเขียนห้ามก็ไม่มีประโยชน์มันอยู่ที่ความรู้สึกนึกคิด จิตใจ การยอมรับ อะไรที่เรารู้สึกว่าเป็นที่ยอมรับ เราก็จะหวงแหน เมื่อเราหวงแหนก็รู้สึกผูกพัน อย่าว่าแต่ฉีกเลย แก้เรายังไม่อยากให้แก้เลย"

ต่อข้อถามที่ว่าการทำประชามติจะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้รัฐธรรมนูญถูกฉีกทิ้งหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งได้ในช่วงสั้น ๆ แต่พออยู่ไปก็ห่างเหินความรู้สึกอื่นก็จะเข้ามา ความจำเป็นอื่นก็จะเข้ามา แรก ๆ เมื่อทำอาจจะยังศักดิ์สิทธิ์ มั่นคง และการทำประชามติสามารถนำผลประชามติไปใช้ในเรื่องอื่นได้ เช่น การยันว่ามีการผ่านประชามติมาแล้ว นำไปกีดกันการคิดที่จะแก้ไขเพิ่มเติม หากเราคิดว่าทำออกมาดีที่สุดและไม่คิดจะแก้อีกแล้วในชาตินี้ก็เป็นเรื่องที่คุ้ม แต่ถ้าคิดว่าไม่เป็นไร ทำไป แก้ไป ลองไป ก็อย่าให้ประชามติเป็นอุปสรรค อย่างขณะนี้เริ่มมีคนเสนอแล้วว่าให้ทำประชามติบางหลักการ บางมาตรา บางหมวด เป็นไปได้ทั้งนั้น หรือจะประชามติทั้งฉบับก็ไม่ได้ว่าอะไร

“ผมถึงพูดตั้งแต่ต้นว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับปัจจุบัน ไม่ได้ปิดกั้นการทำประชามติ ถ้าประสงค์จะทำก็ทำได้ เราจงใจใส่เอาไว้ให้แล้วไปดูได้ เราไม่ได้เขียนบังคับตั้งแต่แรกว่าต้องทำ ถ้าอยู่ไปอยากทำ ทำได้ บอกมาผมจัดให้” นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่าหากทำประชามติแล้วไม่ผ่านจะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า การทำประชามติก็เหมือนการเลือกตั้งที่มีเดิมพัน มีโอกาสผ่านและไม่ผ่าน เราไม่ได้คิดว่าที่ไม่ทำประชามติเพราะจะไม่ผ่าน หากไม่ผ่านก็มีกลไกอื่นที่ทำให้รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้ ส่วนที่ว่าหากประชามติไม่ผ่านจะทำให้รัฐบาลบริหารงานได้นานขึ้นเพราะต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น สำหรับคนที่คิดอีกแบบหนึ่ง ซึ่งถ้ารัฐบาลเอาแต่ได้ ทำไมไม่คิดบ้างว่ารัฐบาลอาจจะอยากอยู่นาน เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็อาจจะอยากทำประชามติ ถ้าไม่ผ่านจะได้อยู่นาน เป็นการหาเรื่องมองได้ทุกเรื่อง เวลานี้เลยไม่คิดอะไร ให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จแล้วถามประชาชนดูว่าพอใจหรือไม่ หากพอใจก็ไม่ต้องลงประชามติ ถ้าอยากลงก็ลงไม่ได้ว่ากัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเป็นการทำประชามติแบบปี 2550 ที่เป็นแบบสุกเอาเผากินหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เรากลัวแบบนั้น วันนี้ทุกคนเรียกร้องให้ทำประชามติแต่ก็ต้องระวังการทำประชามติแบบสุขเอาเผากิน หรือการไม่ให้ข้อมูลล่วงหน้าหรือการอ่านไม่รู้เรื่อง แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ถึงกับสุขเอาเผากินเพียงแต่ความรู้เรื่อง ความเข้าใจ ไม่เข้าใจเท่านั้นเอง ซึ่งรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งที่เข้าใจยาก และการที่จะให้ชาวบ้านเข้าใจอย่างถ่องแท้เป็นเรื่องที่ยาก ฉะนั้นความคิดที่จะให้ทำประชามติบางหลักการอาจเป็นสิ่งที่ดีก็ได้ อาทิ จะเอาวุฒิสภาหรือไม่ ส.ว.จะเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง ถามแบบนี้ตอบง่าย แล้วนำมาร่าง จะดีกว่าเขียนไปทั้งฉบับแล้วนำมาโหวตกัน เพราะเวลาลงประชามติ เหมือนลงปาร์ตี้ลิสต์ คือชอบมาตรานี้ไม่ชอบมาตรานั้น แต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วสุดท้ายให้ผ่านทั้งที่มีบางเรื่องเราไม่ชอบ แต่มี2-3 มาตราที่สำคัญก็ให้ผ่าน