อดีตส.ส.เพื่อไทยแนะ"หมอวรงค์-ทยา"หยุดกดดันอสส.พิจารณาคดีจำนำข้าว ชี้หากให้ดีควรตรวจสอบบ้านตัวเองก่อนดีกว่า
นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอดีตสส.พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้นายวรงค์ เดชกิจวิกรม และนางทยา ทีปสุวรรณ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หยุดกดดันอัยการสูงสุดในคดีโครงการรับจำนำข้าว เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีส่วนได้เสียในฐานะเป็นพวกผู้กล่าวหา ขณะนี้หมดหน้าที่ของฝ่ายผู้กล่าวหาแล้วและไม่มีผู้กล่าวหาใด ประพฤติตนเช่นนี้ ควรเคารพอำนาจหน้าที่ของอัยการสูงสุดที่ทำหน้าที่ตามกฎหมาย อย่ากล่าวหาหรือดูหมิ่น ดูแคลน อัยการสูงสุด โดยไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าคดีนี้มีข้อไม่สมบูรณ์ในการฟ้องคดี ทำไมไม่ฟังข้อถ่วงติงของอัยการสูงสุด ป.ป.ช.และพรรคประชาธิปัตย์ควรจะมีสติในการคิดไม่ควรใช้อารมณ์ เพราะนับแต่อัยสูงสุดได้ท้วงติงถึงข้อไม่สมบูรณ์ของคดี หากป.ป.ช.ไม่มีทิฐิ ใช้เหตุใช้ผล การสอบพยานเพิ่มเติมก็ดำเนินเสร็จสิ้นแล้ว แต่เพราะป.ป.ช.มุ่งจะเอาชนะฝ่ายอัยการสูงสุดในลักษณะไม่ประนีประนอม ไม่สอบพยานเพิ่มแม้แต่ปากเดียว จึงทำให้เรื่องล่าช้า
"นายวรงค์และนางทยา หากจะกรุณาก็ช่วยบอกป.ป.ช.ให้ลดทิฐิลงบ้าง อย่าไปเชื่อนายวิชา มหาคุณ มากนัก และที่สำคัญนายวรงค์และนางทยา ควรไปช่วยตรวจสอบเรื่องของพรรคตัวเองที่ยังค้างอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น คดีปรส. 8 แสนล้านบาท ที่กำลังจะขาดอายุความและป.ป.ช.ไม่สามารถเอาผิดใครได้ คดีระบายข้าวของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรีและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คดีโรงพักทดแทนที่มีแต่เสารวมถึงคดีทุจริตอาชีวะที่ใช้เงินกู้ในโครงการไทยเข้มแข็ง เป็นต้น อย่ากล่าวหาแต่ความไม่ดีของคนอื่น โดยไม่ดูตัวเองหรือพรรคของตนเอง เพราะสำหรับนางทยา ก็ตกเป็นผู้ต้องหาอันดับที่ 44 ในคดีกบฏไม่ยอมไปขึ้นศาลกลับมาขอความเป็นธรรมต่ออสส.ไม่ให้ฟ้องตนเอง แต่พอเวลานี้กลับมากล่าวหาอสส.เขาอีก ซึ่งควรจะสำรวจมาตรฐานตัวเองก่อนเช่นกัน" นายสุชาติกล่าว
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปตนจะชวนพรรคพวกค่อยติดตามคดีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหาและค้างอยู่ที่ป.ป.ช. จนกว่าป.ป.ช.จะเริ่มหยิบคดีของพรรคประชาธิปัตย์มาทำบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกประชาชนกล่าวหาได้ว่าป.ป.ช.ดำเนินการสองมาตรฐาน





