วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'กังวลกมธ.ยกร่างฯความเห็นไม่ตรงกัน

“อภิสิทธิ์” แนะ “กมธ.ยกร่าง” สื่อสารกันตั้งแต่ต้น รับกังวล “36 กมธ.ยกร่างฯ” ความเห็นไม่ตรงกันแก้ปัญหาไม่ได้

“อภิสิทธิ์” แนะ “กมธ.ยกร่าง” สื่อสารกันตั้งแต่ต้น ถึงปัญหาหลัก-ฟังความคิดเห็นต่าง เหตุหลายฝ่ายช่วยคิด นำไปสู่การยกร่าง รับ กังวล “36 กมธ.ยกร่างฯ” ความเห็นไม่ตรงกันแก้ปัญหาไม่ได้ แนะเขียนรธน.ไม่ควรหมกมุ่นใครได้ประโยชน์ ห่วง ไม่ทำประชามติในอนาคตถูกแก้อีก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า เท่าที่ดูชื่อทุกคนมีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญและมีความคิดเห็นทางกฎหมาย และทางการเมืองไม่เหมือนกัน สุดท้ายก็ต้องดูทิศทางของคณะกรรมาธิการฯในการตั้งโจทย์ ตนอยากให้คณะกรรมาธิการฯสื่อสารตั้งแต่ต้น ว่ามองปัญหาหลักๆ ที่ต้องการการแก้ไขคืออะไร แล้วหลักในการแก้ปัญหานั้นคืออะไร รวมถึงอยากให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เพื่อให้หลายฝ่ายช่วยกันคิดว่าวิธีการจะเป็นอย่างไร แล้วก็นำไปสู่การยกร่างฯ ซึ่งคณะกรรมาธิการฯทั้ง 36 คนหลายคนเก่ง แต่อาจจะมีความเห็นไม่ตรงกัน ตนก็กังวลว่าในที่สุดกติกาที่ออกมาจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และหลายคนมีประสบการณ์ร่างรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับแล้ว เพราะฉะนั้นก็คงต้องย้อนกลับไปดูว่าที่ผ่านมาปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน

“สำหรับผมโจทย์ใหญ่ที่สุด ต้องเป็นเรื่องของการตรวจสอบ การเขียนรัฐธรรมนูญไม่ควรหมกมุ่นว่าเขียนไปแล้วจะไปช่วยให้ใครได้ประโยชน์หรือจะไปกีดกันใคร หรือให้ใครเสียประโยชน์ไม่ได้ ต้องเขียนด้วยหลักการซึ่งคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่เขียนกฎหมายก็ดี บริหารประเทศก็ดี ต้องยึดโยง เคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ซึ่งครั้งที่แล้วมีการทำประชามติก็ยังมีการพูด และท้วงติง ถ้าครั้งนี้ไม่มีการทำประชามติ ตนคิดว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้รัฐธรรมนูญ มีกลไกที่มาเพิ่มความชอบธรรม และคุ้มครองตัวเอง ไม่ให้ถูกแก้ในอนาคต” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า กังวลเรื่องกรอบเวลาในการทำงานที่ค่อนข้างจำกัดหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะไม่ได้คิดว่าการปฏิรูปด้านต่างๆเรามีปัญหา ในเรื่องของการขาดองค์ความรู้ แต่หัวใจของการผลักดันให้สำเร็จนี้ อยู่ที่การรวบรวมความคิดเพื่อกำหนดทิศทาง แล้วก็มีเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะผลักดันให้สำเร็จ ซึ่งไม่ได้ใช้เวลามาก แต่ความหมายของตนคือการวางระบบที่จำเป็นต้องอาศัยการปฏิบัติ ถึงอย่างไรการปฏิรูปก็เกิน 1 ปีอยู่แล้วและอาจจะเป็น 3- 5 ปี ฉะนั้นอย่าไปกังวลตรงนี้ เพราะการปฏิรูปให้ได้รับการยอมรับให้มากที่สุด นั่นคือหัวใจสำคัญที่สุดในปีนี้