คาดก.ย.58ทูลเกล้าฯรธน. กมธ.สาบาน"ซื่อสัตย์-เป็นกลาง-ยึดประโยชน์ชาติ" สนช.ถกลับถอดถอน"สมศักดิ์-นิคม"วันนี้
หลังนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงนามประกาศ สปช.แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 36 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
บ่ายวานนี้ (5 พ.ย.) นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนอกรอบ เพื่อหารือถึงแนวทางและวางกรอบการทำงาน โดยกมธ.ได้เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงรวมทั้งสิ้น 34 คน โดยก่อนจะหารือในประเด็นดังกล่าวที่ประชุมได้ให้ กมธ.แต่ละคนแนะนำประวัติความเป็นมาและบอกเล่าถึงรายละเอียดการทำงานที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศช่วงดังกล่าวเป็นไปอย่างสนุกสนาน
โดยเฉพาะในช่วงของนายประสพสุข บุญเดช กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ สายคณะรัฐมนตรี นอกจากระบุที่มาแล้วยังกล่าวว่า “ผมเป็นคนมีคอนเน็คชันเยอะมาก และมีความใกล้ชิดกับหลายส่วน โดยเฉพาะนายบวรศักดิ์” ทำให้นายบวรศักดิ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “อยู่สถาบันพระปกเกล้าด้วยกัน”
หลังจากที่เสร็จสิ้นการแนะนำตัวแล้ว นายบวรศักดิ์ ได้ขอหารือเป็นการภายใน งดสื่อมวลชนเข้ารับฟัง อย่างไรก็ตาม ในการประชุมนอกรอบดังกล่าวเจ้าหน้าที่ประจำกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้นำปฏิทินการทำงานของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มอบให้กับกมธ.ด้วย
โดยมีวันดำเนินงานที่สำคัญ คือ เดือนม.ค.-เม.ย.2558 เป็นระยะเวลาที่กมธ.ดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่, วันที่ 17 เม.ย.2558 เป็นวันสุดท้ายที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ และเสนอร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), วันที่ 26 เม.ย.2558 เป็นวันสุดท้ายที่สภาสปช. ต้องพิจารณาให้ความเห็นหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ
ขณะที่วันที่ 16 พ.ค.2558 เป็นวันสุดท้ายที่ ครม.-คสช.สามารถเสนอความเห็นหรือยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ, วันที่ 25 พ.ค.2558 เป็นวันสุดท้ายที่ สปช.สามารถยื่นคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญต่อประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ, วันที่ 23 ก.ค.2558 เป็นวันสุดท้ายที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จและเสนอสปช.เพื่อพิจารณา
ส่วนวันที่ 6 ส.ค.2558 เป็นวันสุดท้ายที่ สปช.มีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 37 วรรคสองกำหนด และวันที่ 4 ก.ย.2558 เป็นวันสุดท้ายที่ ประธานสปช. ต้องนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนด
กมธ.รธน.ปฏิญาณเป็นกลาง-ทำเพื่อชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้า นายบวรศักดิ์ ได้นำกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 30 คน เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้แก่ สักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร, สักการะพระสยามเทวาธิราช ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ และสักการะศาลหลักเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ
ภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแล้ว นายบวรศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้นำกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญปฏิญาณตนต่อหน้าพระแก้วมรกต ว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรม เป็นกลาง ปราศจากอคติ จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประโยชน์ของประชาชนอย่างสูงสุด ทั้งนี้ตนคาดหวังว่าความสามัคคีของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะร่วมยกร่างและจัดทำรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน และแก้ปัญหาความของบ้านเมืองให้ยุติลงได้
"ผมขอฝากถึงประชาชนที่มีความคิดเห็นต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่า ให้ส่งความเห็นมายังกมธ.ได้ ผ่านคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชนสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะอนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน รวมถึงพรรคการเมืองทุกพรรค" นายบวรศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ได้เดินทางกลับมาที่อาคารรัฐสภา เพื่อทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างกันต่อแนวทางดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญ
"เจษฎ์"ยันนั่งกมธ.ยกร่างทำเพื่อส่วนรวม
นายเจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวระบุมีความสัมพันธ์กับ นพ.กระแส ชนะวงศ์ กมธ.ยกร่างฯ ในฐานะบุตรเขย จนได้รับเลือกเข้ามาทำหน้าที่เป็นกมธ.ยกร่างฯ ว่า ในประเด็นความสัมพันธ์ตนไม่ขอตอบ แต่การเข้ามาเป็นกมธ.ยกร่างฯ ถือเป็นการทำงานเพื่อส่วนรวม
ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าระหว่างการยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกันนั้น ตนมองว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญเป็นการเข้าไปทำงาน ไม่ใช่การตั้งบริษัทแล้วเอาพรรคพวกของตนเองเข้าไปแสวงหาประโยชน์ คงไม่เป็นแบบนั้น
"สภา"เชิญกมธ.ยกร่างถกนัดแรกวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ออกหนังสือเชิญคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 36 คน ประชุมในวันที่ 6 พ.ย. เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 3 เพื่อเลือกรองประธานคณะกรรมาธิการและตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงวางกรอบการดำเนินงานยกร่างรัฐธรรมนูญ
"วิษณุ"เสนอคสช.ตั้งทีมเกาะติดร่างรธน.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงระยะเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า สปช.มีเวลา 60 วันในการเสนอกรอบ จากนั้นกมธ.ต้องร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 120 วัน โดยจะครบกำหนดในวันที่ 20 เม.ย. ซึ่งในช่วงเวลานี้อาจจะมีการรณรงค์ กดดัน ผลักดัน หรือเสนอแนะไปที่กมธ.ยกร่าง เฉพาะฉะนั้นรัฐบาลและคสช.จะต้องตั้งคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อที่กมธ.ยกร่างจะได้มีความสะดวก ในข้อมูล ความร่วมมือ หรือแม้แต่งบประมาณ ทั้งนี้หากไม่มีการติดตามก็อาจทำการบ้านไม่ถูก
"มีบางเรื่องที่รัฐบาลต้องออกกฎหมายรองรับไปพลาง จะรอให้กมธ.ร่างจนเสร็จแล้วจะไม่ทัน ถ้าอยากเลือกตั้งเร็ว คงต้องมีการตั้งคณะทำงานติดตามขึ้นมาเพื่อติดตามการร่าง เช่นเดียวกับสปช.ที่ได้ยินว่าจะมีการตั้งคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ ผมจึงเสนอในที่ประชุมครม.-คสช.ว่าควรจะมีการตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างครม.-คสช. โดยเสนอให้นายกฯ และที่ปรึกษาที่ปรึกษาคสช.คิดรูปแบบว่าคณะทำงานติดตามจะเป็นอย่างไร"
ย้ำเลือกตั้งใหม่ต้นปี59
นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า กรอบระยะเวลาการร่างรัฐธรรมนูญมีอยู่แล้วเมื่อรัฐธรรมนูญร่างเสร็จ ประมาณ ก.ย.-ต.ค.2558 อาจจะประกาศใช้ในช่วงนั้น ส่วนการเลือกตั้งจะให้เกิดทันทีคงไม่ได้ ต้องยอมรับความเป็นจริงเว้นแต่จะยอมว่าประกาศรัฐธรรมนูญวันนี้ อาทิตย์หน้าเลือกตั้งเลยพรรคที่มีกระสุนพร้อมก็ลง ใครไม่พร้อมช่างมัน ซึ่งคงไม่มีใครยอมให้ทำเช่นนั้น จึงต้องมีระยะเวลาสำหรับออกกฎหมายลูกเช่น กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) อาจใช้เวลาประมาณ 2 เดือนหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ อีกทั้งยังต้องให้มีการหาเสียงซึ่งต้องบวกเวลาเข้าไปถึงจะมีการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ กล่าวว่า กำหนดวันที่จะมีการเลือกตั้งคงเป็นช่วงต้นปี 2559 "ก่อนเชงเม้งอะไรอย่างนี้ แล้วถ้าเลยเชงเม้งก็ไปช่วงไหว้พระจันทร์"
"ทัศนา"นั่งปธ.สรรหากมธ.ปฏิรูป18คณะ
ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสรรหาผู้ที่จะดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการปฏิรูป 18 คณะ โดยที่ประชุมมีมติเลือก น.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธาน สปช.คนที่สอง เป็นประธานกรรมาธิการฯ นอกจากนี้ มีมติเลือก พล.ท.ฐิติวัจน์ กำลังเอก เป็นรองประธานกรรมาธิการฯ คนที่หนึ่ง นางเบญจวรรณ สร่างนิทร เป็นรองประธานกรรมาธิการฯ คนที่สอง นางจุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์ เป็นเลขานุการกรรมาธิการฯ และนายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นโฆษกกรรมาธิการฯ
ทีมทนาย"ยิ่งลักษณ์"ยื่นสนช.ค้านถอดถอน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายเอนก คำชุ่ม และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐสภาเป็นตัวแทนมารับหนังสือ นายเอนก กล่าวภายหลังยื่นหนังสือว่า เนื้อหาในหนังสือนั้นเป็นการคัดค้านไม่ให้ สนช.นำสำนวนถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสนช.ในวันที่ 12 พ.ย. เนื่องจากหากมีการถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ จะเสียสิทธิทางการเมือง 5 ปี ดังนั้นจึงต้องต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค และอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับฟังบ้าง
นายเอนก กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ไม่ได้บัญญัติเรื่องการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งตามกฎหมายป.ป.ช.เอาไว้ อีกทั้งตามระเบียบขั้นตอนการถอดถอนนั้น ประธานสนช.ต้องส่งสำเนารายงานพร้อมเอกสารและความเห็นของป.ป.ช.ให้กับสนช.ทุกคนรวมถึงผู้ถูกกล่าวหาคือ นางสาวยิ่งลักษณ์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารใดๆ ดังนั้น จึงจะขอให้เลื่อนวันประชุมในวันที่ 12 พ.ย.ออกไปก่อน เพื่อให้โอกาส นางสาวยิ่งลักษณ์และทีมทนายความ ได้ตรวจสอบเอกสารและทำคำคัดค้านด้วย
นอกจากนี้ ในช่วงที่ประธานสนช.รับเรื่องถอดถอนบรรจุในวาระการประชุมนั้น มี สนช.บางท่านออกมาพูดและวิจารณ์ต่างๆ นานา ว่าสิ่งนี้ทำได้ ถูกต้อง ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ บรรจุและลงมติได้ ดังนั้น จึงขอความกรุณาจากประธานสนช.ให้สั่งหรือกำชับสนช.บางคนว่าอย่าวิพากษ์วิจารณ์หรือให้ความเห็น ซึ่งอาจจะเป็นการโน้มน้าวสนช.บางท่านที่ยังไม่เห็นเอกสารให้เป็นไปในทิศทางของสนช.ท่านนั้นได้ ซึ่งสนช.นั้นถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์
"พร้อมพงศ์"วอนสนช.ยึดหลักปรองดอง
"อาจจะมีบางคนถามว่า ที่เรามายื่นหนังสือวันนี้เพื่อประวิงเวลาใช่หรือไม่ ยืนยันว่านางสาวยิ่งลักษณ์และทีมทนายความไม่เคยมีเจตนาที่จะประวิงคดี เราทำตามขั้นตอนของกฎหมายที่ให้อำนาจเรา ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ สิ่งที่เราทำก็เพื่อพิสูจน์ในตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ว่า ทำหน้าที่ในฐานะนายกฯ ได้ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่" นายอเนก กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า อยากให้ประธาน สนช.และ สนช.ทุกท่านพิจารณาตามหลักความปรองดองสมานฉันท์และตามโรดแมพที่ คสช.วางไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม การทำหน้าที่ของ สนช.บางท่านนั้นตนเห็นแล้วรู้สึกกังวลใจ ดังนั้น ขอให้วางตัวเป็นกลาง การให้สัมภาษณ์ต้องไม่เป็นในลักษณะการชี้นำ ควรให้ความเห็นเฉพาะตามหน้าที่ของตนเท่านั้น จิตสำนึกความเป็นตัวแทนของประชาชนไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งก็ควรทำงานให้คุ้มกับภาษีของประชาชน ดังนั้น ควรทบทวนบทบาทของตัวเองด้วย ไม่ใช่ออกมาพูดให้สังคมไขว้เขว ขณะที่ประธานสนช.ก็ควรตักเตือนหรือมีคำสั่งในเรื่องนี้ด้วย
นายกฯเชื่อสนช.ถกถอดถอนไร้ป่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ สนช.จะมีการประชุมลับพิจารณาเรื่องการถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนันท์ ประธานรัฐสภา
โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการของรัฐบาลในการรับมือสถานการณ์วันที่ 6 พ.ย.นี้ว่า ก็ประชุมกันไป ไม่ต้องเตรียมการอะไร เห็นว่าทุกคนก็ร่วมมือดีแล้ว ทุกคนต่างก็ให้ความร่วมมือ ทุกคนบอกว่าไม่ได้มากดดันรัฐบาล ดังนั้น ก็ว่ากันไป แต่ใครทำก็ต้องรับผิดชอบเท่านั้น
ชี้พูด"ม.44"แค่เตือนให้รู้ว่ายังมีอยู่
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีออกมาปรามถึงกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมกดดันในด้านต่าง ๆ โดยอาจใช้กฎหมายมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ให้อำนาจพิเศษไว้ว่า "เป็นการเตือนเฉยๆ ว่ามันยังอยู่ ก็เท่านั้นเอง ผมไม่ได้บอกว่าจะใช้อะไร เมื่อไหร่"





