วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรฯเล็งถก'ปรีดิยาธร'ปั้นแบรนด์ข้าวไทย

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมหารือ "ม.ร.ว.ปรีดิยาธร" สรุปแผนปรับโครงสร้างผลิตข้าวสัปดาห์หน้า ก่อนเสนอบอร์ดนบข.ไฟเขียว

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปลายสัปดาห์หน้ากระทรวงเกษตรจะร่วมหารือกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี สรุปแผนการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) เพื่อขออนุมัติดำเนินการตามยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างการผลิตข้าวเพื่อกำหนดส่วนแบ่งตลาดและกำหนดตลาดที่จะขายข้าวไทยให้ชัดเจน

ทั้งนี้ จากความได้เปรียบของสายพันธุ์ข้าวไทย หากมีการมุ่งเน้นและส่งเสริมให้มีเอกลักษณ์ เช่นข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ เป็นต้น ภายใต้เงื่อนไข ข้าวสายพันธุ์ที่รัฐบาลส่งเสริมต้องมีเสถียรภาพ ทั้งในเรื่องของปริมาณและคุณภาพ ซึ่งปัจจุบันยังมุ่งแข่งขันในเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ ดังนั้นการปรับโครงสร้างภาคการเกษตรจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อความอยู่รอดของภาคเกษตรไทยทั้งระดับเกษตรกร และการส่งออก เพราะสุดท้ายแล้วจะไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาด ส่วนหนึ่งเพราะทั้ง จีน พม่า และเวียดนาม ต่างให้การยอมรับการตัดต่อพันธุกรรม หรือจีเอ็มโอกันหมดแล้ว ในขณะที่กฎหมายของไทยยังไม่เปิดให้มีการทดลองในด้านนี้

“ข้าวหอมมะลิไทยในขณะนี้หาความเป็นเอกลักษณ์แท้ๆ ได้ยากเพราะมีการปลูกกันทั่วไปหมด ผสมจนไม่รู้อะไรเป็นอะไร หากสามารถปลูกได้ในเขตที่มีความเหมาะสม แล้วส่งเสริมพันธุ์ที่มีคุณภาพอย่างจริงจัง สินค้าจะมีมาตรฐานที่ทัดเทียมกัน สามารถกำหนดราคาขายได้ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ก็ให้ปลูกข้าวพันธ์อื่นไปอย่าแข่งขันกันเอง วิธีการนี้จะส่งผลให้เกษตรกรอยู่ได้ ภายใต้แผนการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวจะสร้างแบรนด์พื้นที่ปลูกให้ชัดเจน เน้นข้าวคุณภาพดีหาซื้อได้แค่ในท้องถิ่นนั้นๆ เช่นเดียวกับข้าวญี่ปุ่น ที่มีทั้งรสชาติ และเอกลักษณ์ที่ต่างกัน ชัดเจน ในแต่ละจังหวัด แต่ละเมือง“ นายปีติพงศ์ กล่าว

สำหรับการปรับตัวของภาคเกษตรไทยจะต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้มากที่สุด เกษตรกรแต่ละกลุ่มต้องรวมตัวเป็นกลุ่มเกษตรกรให้ได้ ขณะที่ภาครัฐต้องคิดใหม่และปรับวิธีส่งเสริมจากเดิมที่ข้าราชการเคยออกเยี่ยมและให้ความรู้เกษตรกร ต่อไปจะเปลี่ยนเป็นผู้จัดการคอยเป็นพี่เลี้ยงและให้ความรู้ เพื่อให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน ผลิตข้าวในพื้นที่ที่เหมาะสม และยืนได้ด้วยตัวเอง จากการเร่งรวมตัวกัน ก่อให้เกิดเป็นพลัง และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

“ยอมรับว่า การปรับโครงสร้างการผลิตข้าวคงไม่สำเร็จภายในปีเดียว ในเบื้องต้นเพื่อให้ชาวนามีอนาคตที่ดี ให้ประชาชนสบายขึ้น กระทรวงเกษตรฯ จึงมีหน้าที่พัฒนาการผลิตข้าวให้ชัดเจน กำหนดให้สินค้ามีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ถือเป็นความรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ตามภารกิจของกระทรวงฯ แต่ในส่วนของตลาดใครมีหน้าที่ทำอะไรก็ทำไป ซึ่งก็ยอมรับว่าที่ผ่านเกษตรกรมีหนี้สินเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากการไม่มีเสถียรภาพของการผลิต”นายปีติพงศ์ กล่าว