วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปลัดยธ.สั่งฟื้น'บัญชีดำยาเสพติด'

รักษาการปลัดยุติธรรม จี้ป.ป.ส.รื้อระบบบัญชีดำยาเสพติดนำกลับมาใช้ใหม่เพื่อเป็นเกณฑ์คัดเลือกบุคคล

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เปิดเผยวานนี้ (1 พ.ย.) หลังการประชุมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงยุติธรรม ว่า ได้กำชับให้ทุกกลุ่มงานรายงานผลงานอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนไม่เห็นว่ากระทรวงยุติธรรมทำอะไร นอกจากรับเรื่องร้องทุกข์

เขากล่าวว่า ยกตัวอย่างคดียาเสพติดที่ยังไม่อยู่ในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ แต่หากข้อมูลสืบสวนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ชัดเจนว่า มีกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ต้องนำเสนอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) รับเป็นคดีพิเศษ

"การประชุมครั้งหน้าต้องเห็นภาพว่าตลอด 1 เดือนที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมได้ทำงานอะไรไปบ้าง" ปลัด ยธ. กล่าว

เมื่อถามถึงการจัดทำบัญชีดำผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดป้องกันไม่ให้เข้ามามีบทบาทในทางการเมือง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ส.ก็มีการจัดทำบัญชีดำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหลายระดับเพื่อเป็นข้อมูลสืบสวน ดังนั้นจะตรวจสอบว่าระบบดังกล่าวหายไปตั้งแต่เมื่อไร และต้องนำกลับมาใช้ เพราะทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งจะมีการสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ ว่าผู้มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งมีประวัติพัวพันด้านยาเสพติดหรือไม่ และจะสั่งการไปยัง ป.ป.ส.ให้จัดทำฐานข้อมูลกลางให้แต่ละหน่วยงานไปเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาคัดเลือกบุคคล

ป.ป.ท.จ่อสอบ"ฟุตซอล"ย้อนหลัง

วันเดียวกัน นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กล่าวว่า หลังบอร์ดมีมติส่งสำนวนให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ป.ป.ท.ก็ยังเดินหน้าตรวจสอบประเด็นที่มาของงบที่ได้จากการแปรญัตติเมื่อปี 2555 ขณะนี้มีผู้แจ้งเบาะแสว่าโครงการก่อสร้างเริ่มมีการตั้งโครงการและแปรญัตติงบประมาณได้ตั้งแต่ปี 2553

"ป.ป.ท.จะเข้าไปตรวจสอบโครงการสร้างสนามฟุตซอลทั้งหมด เพื่อให้เห็นภาพรวมความเสียหายทั้งโครงการจากงบแปรญัตติ และจะนำเสนอให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำไปเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่เอื้อให้มีการทุจริตจากงบแปรญัตติ และวางแนวทางแก้ระบบงบประมาณไม่ให้มีการโยกงบไปได้ตามใจนักการเมือง" นายประยงค์ กล่าว

เตรียมออกก.ม.เอาผิดผู้สมคบทุจริต

นายประยงค์ กล่าวด้วยว่า ป.ป.ท.จะเสนอให้มีกฎหมายมาตรการสมคบทุจริต เพื่อเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทั้งกระบวนการในรูปแบบเดียวกับการปราบปรามยาเสพติดที่เอาผิดทางอาญา และยึดทรัพย์นักค้ายาเสพติดที่อยู่เบื้องหลังได้ แม้ขณะจับกุมจะไม่มีของกลางยาเสพติด หลังตรวจสอบพบข้อบกพร่องของโครงสร้างในระบบการศึกษาของไทยที่ไม่มีเกราะป้องกันให้กับครู โดยงบประมาณโครงการดังกล่าวออกมาจากต้นสังกัดคือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ส่งให้โรงเรียนแต่เมื่อเกิดปัญหาครูถูกใช้เป็นเครื่องมือ กลับไม่มีเกราะป้องกันให้กับครูเลย

สรุปสอบไมค์แพง"ปนัดดา"ไม่เกี่ยว

นอกจากนี้ นายประยงค์ ยังเปิดเผยถึงผลการตรวจสอบการจัดซื้อไมโครโฟนของสำนักนายกรัฐมนตรีว่า มีการส่งเรื่องให้ ป.ป.ท. ตรวจสอบในประเด็นว่า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ผลการตรวจสอบไม่ปรากฏหลักฐานว่า ม.ล.ปนัดดา เข้าไปเกี่ยวข้องในขั้นตอนของการโอนเงินค่าวัสดุอุปกรณ์ และไม่เกี่ยวข้องกับโครงการซ่อมแซมห้องประชุม

โดย ม.ล.ปนัดดา รับผิดชอบเพียงการจัดการทั่วไปเท่านั้น และเมื่อมีข้อท้วงติงถึงความเหมาะสมจึงมีการยกเลิกโครงการทันที ทำให้ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้น หลังจากนี้จะรายงานผลการตรวจสอบไปยังต้นสังกัดต่อไป