วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยรัฐบาลเอาจริงผู้กระทำผิดม.112ทางโซเชียลฯ

"พ.ต.อ.สมพร" ระบุรัฐบาลเอาจริงกับผู้กระทำผิด ม.112 ทางโซเชียลมีเดียกว่าหมื่นคดี

เสวนาทางวิชาการ"กฎหมายกับความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์" นักวิชาการชี้ไทยให้สิทธิกับรัฐตรวจข้อมูลส่วนตัว เพื่อมั่นคงของ ป. ขณะที่ พ.ต.อ.สมพร ระบุรัฐบาลเอาจริงกับผู้กระทำผิด ม.112 ทางโซเชียลมีเดียกว่าหมื่นคดี

ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาทางวิชาการ "กฎหมายกับความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์" โดย ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต อาจารย์ประจำภาควิชาวารสารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการเสวนาในตอนหนึ่งว่า คำนิยามของสิทธิส่วนบุคคล คือการจัดระเบียบสังคมที่เอื้อให้บุคคลสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเอง แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ ซึ่งในส่วนของกฎหมายเกี่ยวข้องกับสิทธิส่วนบุคคล มีทั้งในรูปแบบของกฎหมายมหาชนและข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ที่มีกฎหมายดังกล่าวนั้นจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะ นอกจากนี้ประเทศไทยยังถูกมองว่าเป็นประเทศที่ถูกควบคุมโดยรัฐ เพราะรัฐบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของประชาชนได้ ซึ่งในหลายประเทศ ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดย ผศ.ดร.พิรงรอง ชี้ว่า สิทธิส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมากในระบอบประชาธิปไตยจะเห็นว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับการปกป้องสิทธิเพื่อไม่ให้ถูกละเมิด เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรัฐเข้ามาดูแลให้อยู่ในความเหมาะสม

ด้านอาจารย์คณาธิป ทองรวีวงศ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น กล่าวในการเสวนา กฎหมายกับความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์ ว่า ประเทศไทยให้สิทธิกับรัฐ ในการเข้ามาควบคุมและตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของประชาชนได้ผ่านกฎหมายเฉพาะต่าง ๆ เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศซึ่งปัจจุบันในโลกออนไลน์ มีการละเมิดสิทธิส่วนบุคลลเป็นจำนวนมาก ทั้งเพื่อการตลาดและการประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ คนบางกลุ่มยังตั้งตนเป็นผู้ตรวจสอบนำเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น มาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ทั้งเพื่อชื่นชมและเพื่อวิจารณ์ และสืบค้นข้อมูลของผู้อื่นมาเผยแพร่ โดยไม่คำนึงว่า บางกรณีไม่ใช่การกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งสังคมไทยมักจะเชื่อข้อมูลในโลกออนไลน์ทันทีโดยไม่ตรวจสอบ

พ.ต.อ.สมพร แดงดี รองผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินการกับผู้กระทำผิดเข้าข่าย ม.112 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยศูนย์เฝ้าระวังการนำเสนอข้อมูลที่ผิดกฎหมายและไม่เหมาะสม ได้ติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้นขึ้น และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ยืนยันว่า ไม่ใช่ดำเนินการเอาผิดอย่างจริงจัง หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุมการบริหารประเทศเท่านั้น แต่ได้ทำมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนนี้จนถึงขณะนี้ มีการดำเนินการเอาผิดนับกว่า 1 หมื่นราย ทั้งนี้ จะเห็นว่า มีการฟ้องร้องกันอย่างจริงจัง เนื่องจากมีการประกาศกฎอัยการศึก รัฐบาลที่เป็นฝ่ายปกครองได้ช่วยสอดส่องและส่งลิสต์รายชื่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเราจะได้ทำการสอบสวน และยื่นคำร้องขอหมายจับ เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังมี คสช. มีการจับมากขึ้นทางโซเชียลมีเดียจากเรื่องต่าง ๆ ที่มีฐานความผิดข้อหาหมิ่นฯ ก็เพราะรัฐบาลมีนโยบายต้องการคืนความสงบสุขให้สังคม แต่การเผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทจะน้อยลง อาจด้วยความเครียดน้อยลง ทำให้การกล่าวหากันน้อยลงไปด้วย