"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ เตรียมร่วมประชุมเอเปค ครั้งที่ 22 วันที่ 9 - 11 พฤศจิกายน 2557 ที่กรุงปักกิ่ง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 22 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 11 พฤศจิกายน 2557 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในฐานะที่จีนเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ได้กำหนดหัวข้อการประชุมปีนี้ว่า “การสร้างอนาคตด้วยความเป็นหุ้นส่วนในเอเชีย-แปซิฟิก (Shaping the Future through Asia-Pacific Partnership)” และระบุประเด็นหลักที่ให้ความสำคัญสามเรื่อง ได้แก่ 1. การก้าวสู่การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค 2. การส่งเสริมการพัฒนาอย่างมีนวัตกรรม การปฏิรูปเศรษฐกิจ และการเจริญเติบโต และ 3. การเสริมสร้างความเชื่อมโยงอย่างครอบคลุมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีความสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะได้แสดงวิสัยทัศน์ และแลกเปลี่ยนเปลี่ยนทัศนะกับผู้นำในหัวข้อการประชุมดังกล่าว โดยการปรากฎตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นการยืนยันบทบาทไทยต่อการมีส่วนร่วมในความเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ
นอกจากภารกิจหลักในส่วนของการประชุมผู้นำแล้ว นายกรัฐมนตรียังมีภารกิจสำคัญอื่นๆ อาทิ 1. การหารือระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council: ABAC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการประชุมผู้นำเอเปคประจำปี โดยเป็นโอกาสที่ผู้นำเอเปค รวมทั้งนายกรัฐมนตรีไทย จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้แทนภาคเอกชนจากเขตเศรษฐกิจเอเปค และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประเทศ 2) การหารือทวิภาคีกับผู้นำเขตเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และผลักดันประเด็นความร่วมมือในระดับทวิภาคี นอกจากนี้ จะเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนทรรศนะและเพื่อเรียกความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย
พร้อมกันนี้ ยังมีการหารือระดับทวิภาคีระหว่างผู้นำเอเปค ซึ่งจะเป็นโอกาสในการผลักดันความร่วมมือทวิภาคีในอนาคต โดยในส่วนผู้นำของไทยจะหารือกับผู้นำประเทศใดบ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงาน นอกจากนี้ จะมีเอกสารผลลัพธ์การประชุมครบรอบ 25 ปีของการก่อตั้งเอเปค ที่จะพูดถึงความสำเร็จที่ผ่านมาและการก้าวไปข้างหน้าของเอเปค และเอกสารผลลัพธ์การประชุมที่เรียกว่า Beijing Declarration ซึ่งจะครอบคลุมทั้ง 3 หัวข้อข้างต้น ว่าสมาชิกได้ร่วมมือกันอย่างไรบ้าง ซึ่งจะเป็นเอกสารสำคัญของผู้นำ
อย่างไรก็ตาม การเป็นสมาชิกเอเปค ทำให้ไทยมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติกับเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปคที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย และเป็นโอกาสให้ไทยได้นำเสนอผลสำเร็จของนโยบายการดำเนินงานของไทย อย่าง เรื่องการเพิ่มขีดความสามารถในการก้าวข้ามกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่สูงกว่า แม้ว่าประเทศไทยจะถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงกว่ารายได้ปานกลาง ( Upper Incom) แต่ก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถให้กับประเทศต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องการอำนวยความสะดวกทางการค้า ความมั่นคงทางอาหาร SMEs พลังงาน การศึกษา สาธารณสุขและการจัดการภัยพิบัติ เป็นต้น


