วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อัยการเลื่อนสั่งคดี'หมอพิสิฐ'เอี่ยวอุ้มบุญ

อัยการคดีศาลแขวงปทุมวันเลื่อนสั่งคดี"หมอพิสิฐ"เปิดสถานพยาบาลเอี่ยวอุ้มบุญพ่อญี่ปุ่น ครั้งที่2 หลังตร.สอบเพิ่ม

อัยการได้นัด นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล อายุ 40 ปี เจ้าของคลินิก “ ออล ไอวีเอฟ ” ย่านเพลินจิต ซึ่งทำอุ้มบุญให้นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ผู้ต้องหาคดีประกอบกิจการและดำเนินสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และไม่ควบคุมและดูแลให้แพทย์ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล ปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ที่มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541 เข้ารายงานตัวเพื่อฟังการสั่งคดี ภายหลังที่อัยการ มีคำสั่งเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ให้พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น อาทิ การยืนยันรายละเอียดสถานที่เกิดเหตุที่ชั้นใด เนื่องจากอาคารที่ประกอบการมี 2 ชั้น และการสอบถามความเห็นจากแพทยสภา

อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลานัด นายเจริญเดช ศัลยพงษ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) และอัยการคณะทำงาน รวม 4 คน ได้แถลงว่า พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี มีหนังสือแจ้งอัยการว่า ยังรวบรวมผลการสอบสวนเพิ่มเติมประเด็นต่างๆ ไม่แล้วเสร็จ โดยขอเวลาอีก 30 วันดำเนินการพร้อมส่งผลสรุปการสอบสวนเพิ่มเติมให้อัยการ ทั้งนี้ในส่วนของ นพ. พิสิฐ ผู้ต้องหา ได้มารายงานตัวกับอัยการก่อนวันนัดแล้ว เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าใจว่า นพ.พิสิฐ คงได้มีการประสานสอบถามกับพนักงานสอบสวนก่อนแล้วว่าผลการสอบสวนเพิ่มเติมยังไม่แล้วเสร็จจึงได้เดินทางมารายงานตัวกับอัยการก่อน และด้วยเหตุจำเป็นที่พนักงานสอบสวนยังต้องใช้เวลารวบรวมผลสอบสวนเพิ่มเติมอีก 30 วัน ดังนั้นอัยการจึงแจ้งให้ นพ.พิสิฐ ผู้ต้องหา มารายงานตัวกับอัยการอีกครั้งในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ เวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งวันดังกล่าวผู้ต้องหา ต้องเดินทางมาพบอัยการเหมือนทุกครั้ง หากอัยการได้ผลการสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะได้ทำความเห็นสั่งคดีกับผู้ต้องหาต่อไปว่า พยานหลักฐานเพียงพอฟ้อง หรือไม่ฟ้องเพียงใด อย่างไร

นายเจริญเดช กล่าวย้ำด้วยว่า คดีนี้ไม่ได้ยุ่งยาก การพิจารณาสำนวนพยานหลักฐาน ต้องดูพฤติการณ์และเจตนาของผู้ต้องหาว่า การเปิดสถานพยาบาลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ขณะที่แม้คดีมีอายุความสูงสุด 10 ปี แต่อัยการจะไม่ปล่อยให้เวลาในการพิจารณาสั่งคดี ต้องล่วงเลยจนครบอายุความ 10 ปี

เมื่อถามว่า หากสุดท้ายอัยการ มีคำสั่งให้ฟ้องแล้ว ต้องคัดค้านการประกันตัวในชั้นพิจารณาของศาลหรือต้องขอให้ศาลห้าม นพ.พิสิฐ เดินทางออกนอกประเทศหรือไม่ นายเจริญเดช อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 กล่าวว่า ความผิดที่มีการกล่าวหานั้นอัตราโทษไม่สูง และระหว่างการพิจารณาสำนวนผู้ต้องหาให้ความร่วมมือ ดังนั้นหากสุดท้ายจะมีคำสั่งฟ้องแล้ว ก็คงไม่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว