วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'สั่งรื้อมาตรฐานการรับคดีพิเศษ

"ไพบูลย์"สั่งรื้อมาตรฐานการรับคดีพิเศษ ปิดช่องการเมืองแทรกแซง ทุกคดีต้องเสนอบอร์ดกคพ. "สุวณา"รับรู้สึกกดดัน

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังประชุมมอบนโยบายให้กับนางสุวณา สุวรรณจูฑะ ว่าที่อธิบดีดีเอสไอและผู้บริหารดีเอสไอ ว่า ตนได้รับฟังการทำงานจากผู้บัญชาการสำนักคดีทั้ง 13 สำนัก และได้สั่งการให้นางสุวณา ไปประชุมร่วมกับทุกสำนักคดี เพื่อวางแนวทางการรับคดีอาญาทั่วไปเป็นคดีพิเศษ ซึ่งเจตนารมณ์ในการก่อตั้งดีเอสไอกำหนดให้มีคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ร่วมกันพิจารณาว่าสมควรรับคดีใดเป็นคดีพิเศษบ้าง แต่ที่ผ่านมามีการแก้ไขขยายคำจำกัดความของคดีพิเศษ เปิดให้อธิบดีดีเอสไอสามารถใช้ดุลยพินิจว่าจะรับหรือไม่รับคดีใดเป็นคดีพิเศษ เพราะอาจเป็นช่องทางให้การเมืองหรือฝ่ายบริหารเข้ามาแทรกแซง ตนเป็นรัฐมนตรีชอบที่สามารถสั่งดีเอสไอได้ แต่คิดว่าไม่ใช่เรื่องถูกต้อง จึงต้องการให้ดีเอสไอกลับไปทำงานภายใต้บอร์ด กคพ.อย่างเคร่งครัดเหมือนเดิม แม้พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษจะกำหนดลักษณะคดี 36 คดี เป็นคดีแนบท้ายให้ดีเอสไอสอบสวนโดยอัตโนมัติ แต่หลังจากนี้ทุกคดีก่อนรับเป็นคดีพิเศษต้องเสนอให้บอร์ดกคพ.พิจารณาอย่างรอบคอบ อาจจะทำให้การทำงานล่าช้าไปบ้างแต่เชื่อว่าจะเป็นผลดีมากกว่า

"ผมสั่งการให้ดีเอสไอทำรายงานสรุปผลการสอบสวนคดีทุกคดีที่ระบุว่าสอบสวนเสร็จไปแล้วกว่า 80 %. เพื่อให้รู้ว่าคดีที่บอกว่าสอบสวนเสร็จทำงานกันอย่างไร ทำไมดีเอสไอถึงได้มีภาพลักษณ์เสียหาย การรับสอบสวนคดีเพราะถูกสั่งมาใช่หรือไม่ ทั้งนี้การเรียกสำนวนมาตรวจสอบไม่ใช่ต้องการลงโทษใคร แต่ต้องการดูว่าการสอบสวนของดีเอสไอส่งผลกระทบถึงใครบ้าง ซึ่งจะเป็นคำตอบว่าควรจะปฎิรูปดีเอสไออย่างไร"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ต้องรายงานเป็นคดีการเมืองจากการชุมนุมของเสื้อแดงและกปปส.ใช่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ทุกคนเป็นคนไทยทั้งหมดเรื่องนี้ได้กำชับไปแล้วเวลาส่งรายงานห้ามระบุว่าเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มใด ให้รายงานว่าชุมนุมในสถานที่ใดไม่ต้องแบ่งแยก ตราบใดที่ตนยังนั่งทำงานในตำแหน่งนี้จะไม่มีการแบ่งแยกประชาชนเด็ดขาด เช่นเดียวกับคดีผังล้มเจ้าและคดีความผิดตามมาตรา 112 ก็จะเรียกมาตรวจสอบว่ายังอยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไออยู่หรือไม่ ส่วนคดีบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว หากดีเอสไอจะเข้าไปทำคดีจะเข้าไปในลักษณะใดเพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนเพราะหลายคดีตำรวจก็สอบสวนได้ ในส่วนของดีเอสไอจะยังคงรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนตามปกติแต่อาจจ่ายไปให้หน่วยงานอื่นดำเนินการ เว้นแต่เป็นอาชญากรรมพิเศษที่มีความสลับซับซ้อนจริง ๆ

ด้านนางสุวณา กล่าวว่า รัฐมนตรีมีนโยบายชัดเจนให้กำหนดหลักเกณฑ์การทำงานในดีเอสไอ ให้ใช้ดุลยพินิจน้อยที่สุด การดำเนินคดีควรยึดอยู่ในหลักกฎหมายเพราะความคิดของบุคคลอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานได้ สำหรับตนหลังเข้ารับตำแหน่งขอให้ข้าราชการตั้งใจทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาภาพลักษณ์ องค์กร ท่างานซื่อสัตย์สุจริตเพื่อให้องค์กรยอมรับ ส่วนตัวไม่กังวลใจในการเข้ามารับภารกิจอธิบดีดีเอสไอเพราะที่ผ่านมาได้ทำงาน ในกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด แต่ยอมรับว่ามีความกดดันในเรื่องภาพลักษณ์องค์กร ซึ่งการแก้ไขให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือบุคคลในกรม ต้องเป็นคนที่มีความรู้ ทำงานพิเศษกว่าปกติ เชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือที่ดี พรุ่งนี้จะเรียกประชุมรองอธิบดี และผู้บัญชาการสำนักคดีเพื่อเร่งรัดกำหนดหลักเกณฑ์การรับคดีพิเศษตามที่รัฐมนตรีสั่งการและขีดเส้นให้รายงานภายใน 2 วัน