"ประยุทธ์" นายกฯ เผยมีชื่อกมธ.ย่างร่างฯ แล้ว ยันไม่ได้เขียนรัฐธรรมนูญดักหน้าดักหลังใคร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงรายชื่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของครม.ว่า ได้มีการพิจาณาคัดเลือกรายชื่อขึ้นมาเสนอตนแล้ว แต่ตนยังไม่ขอเปิดเผยตอนนี้เพราะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.ร่วมกับคสช.ในวันที่ 4 พฤศจิกายนก่อน แล้วค่อยเปิดเผยทีเดียว ทั้งนี้ในสัดส่วนของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็ได้เตรียมคัดเลือกภายในสปช.ด้วยกันเองจำนวน 20 คนเช่นเดียวกับคสช. ตนจึงขอให้ทุกคนเข้าใจว่าเราไม่ได้จะเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อลบล้างใคร เพราะถ้าใครที่ทำการทุจริตและคดีความเข้าสู่การพิจารณาของศาลหรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ก็ไม่สามารถเข้ามาได้ แต่ถ้าใครยังไม่ถูกตัดสินว่าทำความผิดก็สามารถเข้ามาเลือกตั้งได้ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นตนขอยืนยันว่าไม่ได้เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อดักหน้าดักหลังใครเพราะสุดท้ายหากเขียนแบบนั้นก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีก
ส่วนกรณีที่น.ส.รสนา โตสิตระกูล สปช.ได้ขอให้ทบทวนสัมปทานพลังงานรอบที่ 21 ออกไปโดยขอให้รอการปฏิรูปพลังงานให้เสร็จเรียบร้อยก่อน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงเพราะตนให้สั่งการให้นำเรื่องดังกล่าวสู่สปช.และให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนและสั่งการให้ไปหาข้อสรุปกันมาซึ่งรัฐบาลก็พร้อมทำตามมติต่างๆ ที่ออกมาจากสปช.อยู่แล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนได้ให้แนวทางกับสปช.ไปว่า "ต้องทำก่อน ทำจริง เห็นผลทันทีและมีผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน" ดังนั้นในการทำงานของคสช. สปช. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต้องมีความสอดคล้องกันเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ดังนั้นสปช.ต้องเป็นส่วนสำคัญที่นำเรื่องเร่งด่วนของประชาชนมาพิจารณาและนำเข้าสู่สนช.เพื่อออกเป็นกฎหมายต่อไป
"การตั้งสปช.ขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองปัญหาต่างๆ ของประชาชนและเรียงลำดับความสำคัญก่อนหลังเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ว่าตั้งสปช.ขึ้นมาเพื่อ "ตั้งเอง กินเอง ชงเอง" ซึ่งผมคิดว่าเราไม่ได้เข้ามาหากินอะไรกันตรงไหนหรือจะตั้งเพื่อเอื้อประโยชน์กับใคร เพราะผมยังไม่เห็นช่องทางที่จะทำได้ ผมต้องการให้สปช.นำความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นโจทย์ ใครจะได้ประโยชน์จากใครยังไงผมไม่รู้ แต่เราต้องแก้ปัญหาเพราะบางเรื่องเราต้องประชุมร่วมกับกระทรวงต่างๆ และในส่วนของต่างประเทศที่เตรียมกำลังทำความร่วมมือกับไทย เขารอเราคนเดียวเพราะที่ผ่านมาเรามัวแต่ขัดแย้งกันอยู่





