วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯรับเป็นห่วงเศรษฐกิจปีหน้า

“พล.อ.ประยุทธ์” นายกฯ พอใจการทำงาน 5 เดือน ย้ำเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่หมักหมมมานาน รับเป็นห่วงเศรษฐกิจปีหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงผลสำรวจ (โพลล์) คะแนนของคสช.ที่ลดลง ว่า เป็นการสำรวจโพลล์จากคนจำนวนจำกัดจะมีขึ้นบ้างลงบ้างก็ไม่เป็นไร ถ้าขึ้นก็มีกำลังใจเพิ่มแต่หากลงกำลังใจก็ลดลงแต่ไม่เป็นไร โดยส่วนตัวคิดเพียงว่าตนเองแก้ไขปัญหาได้มากหรือยัง และเพียงพอหรือไม่ ทั้งเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าซึ่งมีจำนวนมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้เราเดินหน้าต่อไปไม่ได้เพราะเป็นปัญหาเก่าที่หมักหมม ขณะเดียวกันการเดินหน้าพัฒนาประเทศก็ต้องดำเนินต่อไปซึ่งตนเชื่อว่าเราจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้พอใจในการทำงานและอยากให้ทุกคนพอใจในการทำงานของเราซึ่งทำงานในทุกๆ มิติ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจเราพยายามอธิบายตัวเลขต่างๆ และนำมาเป็นบรรทัดฐาน แต่สิ่งสำคัญเราจะรวมพลังกันอย่างไรเพื่อต่อสู้กับเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงหรือจะสร้างภูมิคุ้มกันอย่างไร ซึ่งขณะนี้รัฐบาลพยายามอนุมัติงบประมาณลงไปแต่จะต้องไม่ให้เกิดการทุจริต

ผู้สื่อข่าวถามถึงความพึงพอใจหรือไม่ในการทำงานที่ผ่านมา 5 เดือนทั้งในนาม คสช.และรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความพอใจ แต่อยากให้ทุกคนพอใจด้วยทั้งหมดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำงานมานั้นทำในทุกมิติ ด้านเศรษฐกิจทุกวันนี้ก็พยายามอธิบายให้เห็นว่าตัวเลขต่างๆที่ประเมินมานั้นก็ต้องดูไว้เพื่อเป็นบรรทัดฐาน สิ่งสำคัญคือเราจะรวมพลังกันอย่างไรในการที่จะต่อสู้กับภัยทางด้านเศรษฐกิจและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เช่นอยู่อย่างพอเพียง การสร้างภูมิคุ้มกัน วันนี้รัฐบาลเองก็พยายามอัดฉีดเม็ดเงินลงไป แต่ก็ต้องไปดูปัญหาเรื่องการทุจริตอีก ซึ่งในการปฏิบัติจะต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้เมื่อรัฐบาลดูแลกันขนาดนี้แล้ว ก็ยังปล่อยให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก อีกหน่อยคนคงไม่กล้าทำอะไร รัฐบาลเองก็ไม่กล้าปล่อยเงินลงไปชาวบ้านก็จะไม่มีเงิน เศรษฐกิจก็เดินต่อไปไม่ได้ ทั้งนี้ฝ่ายเศรษฐกิจเองก็ได้รายงานมาโดยตลอด

เมื่อถามว่าเศรษฐกิจในปีหน้ามีความน่าเป็นห่วงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า เป็นห่วง เพราะเศรษฐกิจโลกก็ตกลง กำลังซื้อจากต่างชาติก็ลดลง หลายๆประเทศก็เจอปัญหาเช่นกัน การดูแลรัฐสวัสดิการที่มากเกินไปซึ่งทั้งโลกมีเหมือนกันหมด วันนี้รัฐบาลก็ได้เตรียมแผนในการรับมือไว้แล้วแต่ไม่ได้หมายความว่าทำ 2-3 วัน หรือปีเดียวจะสำเร็จ เช่นการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคส่งออกของไทยที่ผ่านมาไม่มีการทำและสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเศรษฐกิจไทย ซึ่งตนไม่ได้โทษใคร ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของภาคเอกชนที่ทำมาตลอดรัฐเป็นเพียงเข้าไปสนับสนุนบ้าง แต่วันนี้รัฐบาลพยายามสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น ผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดโลก มีการเจรจาพูดคุยกับรัฐบาลทั่วโลกและประเทศเพื่อนบ้านว่าทำอย่างไรเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เป็นทิศทางเดียวกันโดยแต่ละฝ่ายควรมีการส่งเสริมกันอย่างไรโดยไม่ต้องมาแข่งขันกันเอง หรือสินค้าบางประเภทผลิตออกมาก็เพื่อทำการค้าขายแค่ในกลุ่มประเทศอาเซียน ก็จะทำให้เราอยู่ได้เพราะถ้าหวังพึ่งการส่งออกไปยังประชาคมอื่น ๆ คิดว่าคงยาก เพราะทั้งโลกเศรษฐกิจตกลงหมดเพลือเพียงประเทศใหญ่ๆ ที่ยังอยู่ได้ วันนี้เกือบทุกประเทศทั่วโลกประสบปัญหาเช่นเดียวกัน

“ก็ขอให้ใจเย็น ๆ และอดทน และผมไม่ได้บอกให้ทุกคนคิดเหมือนกับผม คิดต่างได้แต่อย่างสร้างความขัดแย้ง อยู่ร่วมกันให้ได้มีอะไรก็ขอให้เสนอเข้ามา ผมยินดีรับฟังทั้งหมดไม่ว่าจะเขียนหรือเสนอแนะอะไรเข้ามา เพราะที่ผ่านมาเราขาดการสร้างความเข้าใจ ขาดการสร้างความเข้มแข็ง ความชัดเจนว่ายุทธศาสตร์จะเดินหน้าอย่างไร ยอมรับว่าเป็นงานที่ยากที่จะสร้างความเข้าใจในระยะเวลาที่สั้น เราเพิ่งผ่านมาเพียง 5 เดือน โดยรัฐบาลเพิ่งบริหารประเทศมาเพียงเดือนเศษๆ แต่ปัญหาที่มีอยู่นั้นเกิดขึ้นมานานมาก รัฐบาลเข้ามาก็ต้องมาแก้ปัญหาตามหลัง และสร้างความเข้มแข็งให้กับราชการด้วย ดังนั้นเรื่องอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องก็ขอให้ลดลงจะได้ไม่สร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมขึ้นมาอีก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า 5 เดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรียังมีอะไรที่ไม่พอใจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเวลาที่มีอยู่นั้นจำกัด เพราะมีการสั่งการไปค่อนข้างมาก วันนี้ติดตามทุกเรื่องทุกงาน รัฐมนตรีทุกคนก็ตื่นตัวในการทำงานเกรงว่างานที่รัฐบาลสั่งไปจะทำให้ครบหรือไม่ วันนี้รัฐบาลคิดในทุกมิมติไม่ใช่ว่าต่างคนต่างทำงานแต่เป็นลักษณะการบูรณาการงานร่วมกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนในต่างจังหวัดว่า ขอแก้ปัญหาที่มีอยู่ตรงนี้ก่อน อย่างไรก็ตามในพื้นที่ต่างจังหวัดก็เริ่มหมุนเวียนลงพื้นที่ไปบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในตอนท้ายการให้สัมภาษณ์พล.อ.ประยุทธ์ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “โอเคมั้ย เวลาเขียนอย่าเขียนให้เกิดความขัดแย้งนะ”