ครม.เห็นชอบ6ยุทธศาสตร์ความมั่นคง นายกฯสั่งการให้ใช้ประโยชน์ร่วมระหว่างเส้นเขตแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งที่ 6/2557 ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เห็นชอบนำส่งครม.พิจารณให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล 2558 -2562 เนื่องจากยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลฉบับเดิมสิ้นสุดลงจึงมีร่างฉบับใหม่ขึ้นโดยมีการปรับปรุงทบทวนประเด็นต่างๆ ที่มีอยู่ในฉบับเดิมจำนวน 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
1.การพัฒนาศักยภาพความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลเพื่อกำหนดแนวทางการปกป้องและรักษาอำนาจอธิปไตยบูรณภาพแห่งดินแดน
2.ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองการใช้ประโยชน์ทางทะเลทั้งในและนอกน่านน้ำไทย เช่น อาชญากรรมทางทะเล การก่อเหตุก่อการร้ายทางทะเล
3.ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับการสร้างความสงบเรียบร้อยและการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทางทะเล เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างประเทศที่มีเขตทางทะเลที่ติดกันให้มีความสมบูรณ์และยั่งยืน
4.ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับการสร้างความสมดุลของทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางทะเลเพื่อปกป้องฟื้นฟูทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลนอกเหนือจากการใช้ประโยชน์
5.ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์ความรู้ให้ตระหนักรู้เกี่ยวกับความสำคัญของทะเล
6.ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับการจัดการผลประโยชน์ของชาติทางทะเลขององค์กรของรัฐคือการจัดทำและพัฒนากฏหมายเพื่อบริหารจัดการทางทะเลขององค์กรภาครัฐ โดยร่างยุทธศาสตร์ตัวใหม่ได้กำหนดปัจจัยแห่งความสำเร็จเพิ่มขึ้นจากยุทธศาสตร์ฉบับเดิมคือการกำหนดให้ผู้ใช้ยุทธศาสตร์เหล่านี้นำไปใช้อย่างเป็นระบบมีกลไกที่ชัดเจน มีการสร้างความสมดุลให้สอดคล้องกันทั้งเรื่องของมั่นคง เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างเท่าเทียมกัน และให้มีการศึกษาวิจัยทางวิชาการเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ และปรับปรุงพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงทางทะเล
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างยุทธศาสตร์ในประเทศไทยมีจำนวนมากจึงได้สั่งการให้หน่วยงานทุกหน่วยที่มีแผนยุทธศาสตร์ไปปรับให้ตรงกันโดยเอาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหลัก
"นายกรัฐมนตรีได้สั่งการว่านอกเหนือจากยุทธศาสตร์ทางทะเลแล้ว ในทางบกครั้งที่นายกฯ ไปเยือนพม่าได้สั่งการให้ใช้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวในทางบกได้คือใช้กับทุกเขตพื้นที่ที่มีพื้นที่ติดกับเพื่อนบ้านคือเรื่องเส้นเขตแดนจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องความขัดแย้งแต่จะเปลี่ยนให้เป็นความร่วมมือต่างๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การค้าการสร้างความมั่นคงไม่ใช่เขตที่จะต้องรบราฆ่าฟันกัน ตรงไหนที่สามารถปักปันได้ก็ให้ปักปัน ส่วนพื้นที่ใดที่ปักปันไม่ได้ก็ให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยมีการแบ่งสัดส่วนระหว่างกันให้เหมาะสมโดยการพูดคุยร่วมกัน" พล.ต.สรรเสริญ





