วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมศักดิ์-นิคม'ส่อรอดถอดถอน

สนช.เสียงแตก ส่อไม่รับถอดถอน"สมศักดิ์-นิคม" เหตุรธน.2550 ยกเลิกไปแล้ว เทียบคำสั่งศาลรธน.ไม่รับยุบพรรค

ขณะที่วิปเปิดทางฟรีโหวต "สมชาย"เผย 3 แนวทางเลือก" รับ-ไม่รับ-โยนสภาชุดหน้าดำเนินการ" ด้านป.ป.ช.สั่งหาข้อมูลเพิ่มปมถอดถอนอดีต 39 ส.ว.

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้แจ้งต่อที่ประชุมสนช.เมื่อวานนี้ (16 ต.ค.) ว่า ในวันที่ 17 ต.ค. เวลา 10.00 น. มีวาระพิจารณารายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีกล่าวหานายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตรองประธานรัฐสภา ในการดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.เป็นการกระทำที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2550 ว่าเป็นความผิดที่อยู่ในอำนาจของ สนช. ที่จะพิจารณาถอดถอน ตามข้อบังคับการประชุม สนช.หรือไม่ ทั้งนี้สมาชิกฯ สามารถรับสำเนารายงานและสำนวนการไต่สวนไปพิจารณาก่อนที่จะมีการหารือในที่ประชุมได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวโน้มจะมีการลงมติไม่รับการถอดถอนดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาถอดถอนที่ สนช.ได้มีข้อบังคับ เนื่องจากเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าความผิดที่ ป.ป.ช.ได้กล่าวหาบุคคลทั้งสองไม่มีบทบัญญัติทางกฎหมายใดรองรับความผิดที่เกิดขึ้น ถึงแม้ ป.ป.ช.จะอ้างถึง พ.ร.บ.ป.ป.ช. แต่ก็เป็นเพียงข้อกฎหมายสำหรับการนำส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาไม่มีบทบัญญัติใดที่กล่าวถึงความผิดที่เกิดขึ้น

นอกจากนั้นประเด็นสำคัญที่จะหยิบมาพิจารณาคือ คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ขอให้ยกคำร้องของอดีต ส.ว.ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคการเมืองของนายสมศักดิ์ และอดีตสมาชิกรัฐสภาทั้ง 312 คนมาประกอบ โดยให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ไม่ได้มีผลบังคับใช้ นอกจากนั้นในหลักของกฎหมายยังมีสาระสำคัญคือ หากกฎหมายไม่ได้บังคับใช้แล้วก็ให้ยกประโยชน์ให้กับผู้ถูกกล่าวหา

ทั้งนี้มีการคำนึงถึงการใช้ดุลพินิจของ สนช. อย่างเป็นธรรมและเที่ยงธรรมตามกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีของ สนช.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หากไม่ใช้ดุลพินิจอย่างเที่ยงตรงอาจเกิดผลกระทบเรื่องความขัดแย้ง ขณะที่ สนช.เสียงข้างน้อยยังเห็นว่าเรื่องถอดถอนนี้ต้องเอาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเนื่องจากทั้งสองถือว่ากระทำผิดตามกฎหมาย ถึงแม้กฎหมายถูกยกเลิกแต่ความผิดยังอยู่ จึงต้องพิจารณาต่อไป

สนช.เสียงแตกถอดถอน-วิปเปิดฟรีโหวต

พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม วิปสนช.เปิดเผยว่า วิปสนช.ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องสำนวนถอดถอนนายสมศักดิ์ และนายนิคม เพราะยังไม่เห็นรายละเอียดในสำนวนป.ป.ช. จึงต้องให้ที่ประชุมสนช.เป็นผู้ชี้ขาด ซึ่งยอมรับว่ามีสนช.หน้าใหม่หลายคนยังลังเลในการลงมติ เนื่องจากไม่ทราบข้อมูลจึงไม่รู้ว่าจะไปทางไหน

แต่คาดว่าเมื่อได้เห็นข้อมูลในสำนวนป.ป.ช.และได้คุยกับเพื่อนสนช.แต่ละคนคงจะมีแนวทางของตัวเองในการลงมติ ซึ่งการตัดสินใจลงมติเป็นเรื่องของสนช.แต่ละคนต้องไปคิดเอาเองวิปสนช.จะไม่เข้าไปชี้นำ จะเปิดโอกาสให้สมาชิกสนช.ฟรีโหวตในการลงมติ หากสนช.คนใดยังลังเล ขอใช้สิทธิงดออกเสียง ก็ถือเป็นสิทธิ ไปห้ามไม่ได้

"สมชาย"เผย3แนวทางออกปมถอดถอน

นายสมชาย แสวงการ สนช.ในฐานะวิปสนช. กล่าวยอมรับว่า เรื่องถอดถอนยังมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับฐานความผิดว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 ยกเลิกไปแล้ว หากระบุฐานความผิดจากรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ หรือมีฐานความผิดอื่นที่เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 58 ซึ่งที่ประชุมจะพิจารณาอย่างรอบคอบ

โดยมีความเป็นไปได้ใน 3 แนวทาง คือ เห็นว่าเป็นฐานความผิดที่ถอดถอนได้ ก็รับไว้ดำเนินการ หรือไม่รับไว้ดำเนินการเพราะมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ก็ต้องพิจารณาต่อไปว่าผลจากเรื่องนี้จะทำให้คนที่ถูกกล่าวหาพ้นความผิดไปเลยหรือไม่ หรืออาจจะมีการยกเว้นข้อบังคับการประชุม ที่ระบุให้ดำเนินการถอดถอนภายใน 30 วัน และให้มีการพักการพิจารณาเรื่องนี้ไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีรัฐสภาใหม่

"อกนิษฐ์"ลังเลลงมติจ่องดออกเสียง

ขณะที่ พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สนช.ในฐานะวิปสนช. กล่าวถึงฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ถูกยกเลิกไปแล้วว่า วิปสนช.ก็ยังไม่กล้าตัดสินใจและยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องนี้ จึงต้องถามความเห็นในที่ประชุม สนช.ว่าจะเห็นอย่างไร ซึ่งมติของที่ประชุมสนช.คงจะมีแค่รับหรือไม่รับเรื่องถอดถอนเท่านั้น คงไม่มีทางเลือกอื่นเช่น การส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ หรือส่งสำนวนกลับไปให้ ป.ป.ช.

พล.อ.อกนิษฐ์กล่าวว่า ยอมรับว่า ขณะนี้มีสนช.หลายคนโดยเฉพาะสนช.หน้าใหม่ ยังไม่แน่ใจและไม่เข้าใจข้อกฎหมายเรื่องการถอดถอน จึงอาจจะมีปัญหาลังเลหรือไม่กล้าตัดสินใจในการลงมติ ซึ่งเริ่มมี สนช.บางส่วนเริ่มคุยกันแล้วว่า อาจจะลงมติงดออกเสียง ในการถอดถอนดังกล่าว และเป็นห่วงว่า หาก สนช.ลงมติงดออกเสียง กันมากๆ ก็จะเกิดปัญหาตามมาว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป

"ถาวร"ยันสนช.มีอำนาจถอดถอน

นายถาวร เสนเนียม แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวถึงกรณี สนช.ประชุมพิจารณาเรื่องถอดถอนว่า เรื่องนี้โดยข้อเท็จจริงมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง ที่มีการสอดไส้เนื้อหา มีการเสียบบัตรแทนกัน เขาจึงไม่เถียงในข้อเท็จจริง แต่ใช้ข้อกฎหมายเถียงว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญปี 2550 อยู่แล้ว จึงไม่มีผล

แต่ไม่พูดถึงว่ายังมี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.และพ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. รองรับ อีกทั้งยังมีรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 5 และ 6 รองรับอีก ที่ระบุชัดถึงการทำหน้าที่ของ สนช. ปัญหาวันนี้จึงอยู่ที่ว่า สนช.ที่ คสช.แต่งตั้งขึ้นมาให้แก้ไขปัญหาความชั่วร้ายในการใช้อำนาจของฝ่ายการเมือง จะกล้าทำ กล้าผ่าตัดเนื้อร้ายเพื่อเยียวยารักษาหรือไม่

"ขึ้นอยู่กับความจริงใจของ สนช.บางคน บางกลุ่มที่เข้ามาเป็นแล้วว่าจะกล้าแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง หรือได้ชื่อแค่ว่ามาเป็น สนช.เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลเท่านั้น ในฐานะนักกฎหมายผมยืนยันว่าสามารถถอดถอนได้ เพราะมีพฤติกรรมความผิดได้กระทำจริง มีกฎหมายรองรับ หากไม่มีการดำเนินการใดๆ ก็จะเป็นเยี่ยงอย่างให้กระทำเช่นนี้ต่อไป" นายถาวร กล่าว

ปปช.หาข้อมูลเพิ่มปมถอดถอนอดีต39ส.ว.

ที่สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่พิจารณาส่งเรื่องถอดถอน 39 ส.ว.กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว.ไปให้ สนช. ว่า จากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณานั้น เบื้องต้นข้อมูลยังไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะพิจารณาได้ จึงมีความเห็นให้เจ้าหน้าที่กลับไปพิจารณาเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง ว่า นอกจากความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 แล้วยังมีความผิดในกฎหมายอื่นอีกหรือไม่

อีกทั้งยังต้องนำไปเปรียบเทียบกับกรณีของนายนิคม และ นายสมศักดิ์ ถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และจะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการอีกครั้ง คาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนพ.ย.

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป.ป.ช.จะพิจารณากรณีที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) มีหน้าที่ต้องยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ หารือกันมาเสียก่อน โดยเบื้องต้น ป.ป.ช.ยังไม่มีการนำประเด็นเข้ามาพิจารณา

"ไพบูลย์"ตั้ง"สุวณา"รักษาการอธิบดีดีเอสไอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ได้ลงนามคำสั่งกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม และอธิบดี โดยมีคำสั่งดังนี้ 1. แต่งตั้งพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม

2.แต่งตั้งนางสุวณา สุวรรณจูฑะ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลกลุ่มภารกิจด้านอำนวยความยุติธรรม ซึ่งรวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ และ 3.แต่งตั้งนายวีระยุทธ สุขเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปด้วยความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ พล.อ.ไพบูลย์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้งอธิบดีดีเอสไอและอธิบดีกรมพินิจฯ โดยระบุเพียงว่าขั้นตอนยังไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้มีรายชื่อในใจแล้ว แต่ไม่ยืนยันว่าบุคคลที่เป็นรายชื่อในใจจะได้รับการแต่งตั้งหรือไม่ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม