วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผาตัวหน้าทำเนียบ

หญิงลพบุรีจุดไฟเผาตัวเอง เครียดหนี้นอกระบบ1.5ล้าน-ถูกนายทุนขู่ฆ่ายึดที่นา "ปนัดดา"รุดเยี่ยมพร้อมช่วยเหลือ

ชาวบ้านจากลพบุรีเผาตัวเองปางตาย ขณะตามเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เหตุเป็นหนี้นอกระบบ 1.5 ล้าน หัวหน้าศูนย์ฯไม่คิดว่าจะเกิดเรื่อง แจงประสานจังหวัดช่วยเหลือแล้ว ด้านปลัดอำเภอโยนผู้เสียหายอยากเซ็นรับหนี้เองจึงเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยให้ ขณะที่สามีและน้องสาวรับผู้เสียหายคอยเก็บหนี้ให้นายทุน แต่ต่อมาขัดแย้งกันจนถูกขู่ฆ่า ยึดที่นา

เช้าวานนี้ (15 ต.ค.) ที่บริเวณศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งย้ายไปตั้งที่ทำการชั่วคราวที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ได้เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นเมื่อ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 57 ปี ชาว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี อาชีพเกษตรกรและให้เช่าที่นา ก่อเหตุราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัสต่อหน้าเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน

ทันทีที่ไฟลุกขึ้น ทำให้เกิดความโกลาหลและตื่นตกใจของผู้ที่พบเห็น ก่อนที่จะช่วยกันดับไฟแล้วแจ้งให้รถพยาบาลฉุกเฉินรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

นายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้รับเรื่องร้องทุกข์ของนางสังเวียนด้วยตัวเอง เปิดเผยว่า นางสังเวียนเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนกรณีหนี้สินจากการทำการเกษตร โดยเดินทางมายื่นเรื่องไว้เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2557 และมาติดตามความคืบหน้าไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2557 ก่อนจะมาตามเรื่องอีกครั้งเมื่อวานนี้ (15 ต.ค.)

นายสุขสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า ได้เป็นผู้พูดคุยกับนางสังเวียนด้วยตัวเอง ซึ่งนางสังเวียนได้เล่าถึงเรื่องเดิมที่เคยมายื่นร้องเรียนไว้คือกรณีที่เคยทำสัญญาประนอมหนี้ และระบุว่า เธอเป็นลูกน้องของนายทุนคนหนึ่งใน อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ซึ่งได้ประโยชน์ตอบแทนจากการเช่าที่นาไร่ละ 1,000บาท แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือไม่สามารถเก็บดอกเบี้ยส่งให้นายทุนได้ พร้อมกับถูกข่มขู่ว่าจะให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมาจับกุมตัว

ต่อมาได้มีการทำสัญญาประนอมหนี้จากตัวเลขที่กู้เบื้องต้นจำนวน 4 แสนบาท ซึ่งมีการระบุในสัญญาประนอมหนี้ว่าจนถึงขณะนี้เป็นหนี้จำนวน 1 ล้าน 5 แสนบาทแล้ว ทั้งๆ ที่ นางสังเวียนระบุด้วยว่าตัวเองเป็นคนที่อ่านหนังสือไม่ออก แต่ก็ต้องเซ็นสัญญาไปโดยมีญาติเป็นพยาน เพราะต้องการประนอมหนี้

นายสุขสวัสดิ์ กล่าวว่า ในระหว่างที่พูดคุยนางสังเวียนได้กล่าวถึงปลัดอำเภอโคกสำโรงจึงได้โทรศัพท์ติดต่อไปที่อำเภอโคกสำโรงเพื่อสอบถามถึงการดำเนินการในส่วนของอำเภอ เนื่องจากตั้งแต่ที่นางสังเวียนมายื่นเรื่องทางศูนย์บริการประชาชนก็ได้ประสานเรื่องไปยังจังหวัดลพบุรีและธนาคารธกส. รวมถึงศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขหนี้สินภาคประชาชนแล้ว จึงได้ทราบจากทางปลัดอำเภอโคกสำโรงว่า ได้มีการประชุมกันที่อำเภอโคกสำโรงเพื่อให้ความช่วยเหลือนางสังเวียนไปแล้ว แต่ผลยังไม่ชัดเจน จากนั้นปลัดอำเภอโคกสำโรงก็ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับนางสังเวียนเอง

เขากล่าวว่า ระหว่างที่นางสังเวียนพูดคุยอยู่ด้วยกันนั้น นางสังเวียนได้พูดขึ้นว่า "ช่วยฉันไม่ได้หรือ ช่วยฉันไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ ช่วยฉันไม่ได้ใช่ไหม" ก่อนหยิบเอาขวดแบนซึ่งอยู่ในกระเป๋าที่เจ้าตัวเตรียมมาด้วยพร้อมกับไฟแช็กขึ้นมาราดตัวเองแล้วจุดไฟเผาในทันที

ด้าน นพ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล รองคณบดีฝ่ายบริหาร วชิรพยาบาล แถลงถึงอาการล่าสุดของ นางสังเวียน ว่า มีอาการไฟไหม้ตามร่างกาย โดยตรวจพบว่ามีแผลไฟไหม้คิดเป็นร้อยละ50 ของร่างกายช่วงบนตัว ซึ่งส่วนบริเวณกล่องเสียงก็มีแผลไฟไหม้ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถพูดให้การอะไรได้ แม้จะรู้สึกตัวและมีสติครบถ้วนขณะถูกนำตัวเข้ามา

นอกจากนี้ร่างกายยังมีแผลบวม ทำให้อาจเกิดภาวะขาดน้ำ เบื้องต้นแพทย์ได้ให้สารทดแทนน้ำแล้ว เพื่อป้องกันการช็อก หลังจากให้การรักษาในห้องผู้ป่วยกว่า 1 ชั่วโมง ขณะนี้ได้ย้ายผู้ป่วยเข้าดูอาการที่ห้องไอซียูแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลารักษานานหลายสัปดาห์จงจะหายเป็นปกติ

"ปนัดดา"รุดเยี่ยมก่อนหาทางช่วยเหลือ

ต่อมา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำกระเช้าดอกไม้เดินทางมาเยี่ยมนางสังเวียน ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นจากการประสานไปทางจังหวัดลพบุรี ทราบว่า นางสังเวียนได้มีการเข้ามาพบหน่วยงานราชการหลายครั้ง ซึ่งนายอำเภอเองก็ไม่อยากเชื่อว่านางสังเวียนจะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ทางจังหวัดได้มีการจัดประชุมขึ้นเพื่อหาทางช่วยเหลือในการประนอมหนี้ของนางสังเวียน และได้มีการตกลงประนอมหนี้ จนเหลือเป็นเงินที่ต้องชำระ 1 ล้านบาทเศษ ซึ่งก่อนหน้าต้องชำระมากกว่านี้

เขากล่าวว่า ในครั้งนั้นหลังจบการประชุมนางสังเวียนก็พึงพอใจกับการประนอมหนี้ แต่คาดว่าต่อมาอาจจะชำระไม่ไหวจึงมีการก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยทราบว่าขณะก่อเหตุ มีประชาชน คนขับรถแท็กซี่ได้ช่วยกันดับไฟ ก่อนจะนำตัวนางสังเวียนส่งโรงพยาบาลก็ต้องฝากขอบคุณมาในที่นี้ด้วยที่ช่วยเหลือกัน

"จะเสนอรายงานเบื้องต้นให้นายกรัฐมนตรีทราบ ก่อนจะหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้มีการปล่อยกู้จำนวนมากที่ไม่มีการทำสัญญากู้ยืมใดๆ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลังได้ จึงต้องเร่งจัดการปัญหานี้ต่อไป" ม.ล.ปนัดดา กล่าว

ปลัดอำเภอเผยเหตุไปทำสัญญาว่าเป็นหนี้

ด้าน นายธนกร ยอดสลุง ปลัดอำเภอฝ่ายความเป็นธรรม กล่าวว่า สำหรับกรณีของนางสังเวียนนั้น ทางอำเภอเคยเรียกนางสังเวียนมาพูดคุยก่อนที่จะมีการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ว่า หลักฐานการเป็นผู้กู้เงินหรือการเป็นหนี้ของนางสังเวียนและเจ้าหนี้ไม่มี แต่ทางนางสังเวียนก็ยืนยันว่าอยากไกล่เกลี่ย เนื่องจากต้องการซื้อชีวิตครอบครัวเอาไว้ หากไม่ยอมก็กลัวถูกฆ่า

"หลังจากการไกล่เกลี่ยและนางสังเวียนและเจ้าหน้าที่ได้มีตกลงยอดหนี้สินกันเองที่ปรากฏเป็นข่าวว่า 1.5 ล้านบาทนั้น ทางอำเภอเองก็ไม่รู้ว่ายอดเงินจะสูงมากขนาดนี้ เพราะหากจะให้กู้เงินขนาดนี้ก็ต้องมีหลักทรัพย์จำนวนมากในการค้ำประกัน" นายธนกร กล่าว

นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับนางสังเวียนนี้มีความใกล้ชิดกับทางเจ้าหนี้เป็นอย่างดี และเป็นเสมือนมือขวาในการเก็บเงินค่าของ ค่าเช่านา เงินกู้ต่างๆ ที่ตระกูลเทพอารักษ์ปล่อยในพื้นที่ อ.โคกสำโรง ซึ่งนางสังเวียนเป็นผู้เก็บทั้งหมด เมื่อสัปดาห์ก่อน นางสังเวียนก็ได้มาปรึกษา ตนเองก็ได้ให้คำแนะนำไป และเมื่อเร็วๆ นี้ก็มาคุยกับตนเองอีกครั้งแต่ก็ยังไม่มีอะไร ได้แต่บอกว่าทางอำเภอหลอกให้เซ็นรับหนี้ โดยตนเองก็บอกว่าทางอำเภอแนะนำแล้วแต่นางสังเวียนจะไกล่เกลี่ยอย่างเดียว จึงทำให้จากหนี้ที่ไม่มีหลักฐานก็กลายเป็นหนี้ที่มีหลักฐานให้เจ้าหนี้นำมาขู่ฟ้องศาลเพื่อเร่งรัฐหนี้สินได้

ญาติเผยถูกนายทุนขู่ฆ่า-ยึดนา

อย่างไรก็ดีนายธงชัย รักษาเพ็ชร์ อายุ 50 ปี สามีนางสังเวียน กล่าวว่า ภรรยาบอกว่า จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากถูกนายทุนเงินกู้โทรศัพท์มาข่มขู่เรื่องหนี้สินที่กู้ยืมมาจำนวน 400,000 บาทเพื่อนำมาปรับปรุงบ้านใหม่ โดยจะไปร้องเรียนรวมกับกลุ่มชาวบ้านในหมู่เดียวกันที่ซื้อปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และเมล็ดพันธุ์ต่างๆ โดยนายทุนคิดดอกร้อยละยี่สิบ เมื่อรวมกับหนี้เก่าที่มีอยู่ก็รวมเป็นเงินจำนวนกว่า 1.5 ล้านบาท โดยที่ปรากฏว่า หนี้ทั้งหมดนางสังเวียนเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

เขาเล่าว่า ที่ผ่านมานางสังเวียนได้ร้องเรียนในเบื้องต้นกับศูนย์ดำรงธรรม จ.ลพบุรี ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมได้มอบให้ทางอำเภอโคกสำโรง เป็นผู้ไกล่เกลี่ยโดยมีนายธนากร ปลัดอำเภอฝ่ายความเป็นธรรมเป็นไกล่เกลี่ย และมีข้อตกลงแต่ทางตนเองและภรรยาได้ไปเช่าที่ดินของนายทุน มาทำนา ทำไร่ จำนวนทั้งสิ้น 150 ไร่ เพื่อทำการปลูกข้าว ปลูกถั่ว ปลูกฟักทอง และเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยจะมีการใช้หนี้สิ้นจำนวนครึ่งหนึ่งของหนี้ทั้งหมด

นายธงชัย กล่าวว่า หลังจากตกลงแล้ว ครอบครัวของตนเองก็ได้ลงทุน ทำนา ทำไร่ และปลูกมันสำปะหลัง จนใกล้ที่จะทำการเก็บเกี่ยวได้แล้วแต่ปรากฏว่า นายทุนมาสั่งห้ามเข้าไปในที่ดินที่ทำนา และปลูกมันสำปะหลังทั้งหมด เพราะถูกยึดเรียบร้อยหมดแล้ว ทำให้ภรรยาของตนเองเกิดอาการเครียดมาตลอดและพยายามร้องเรียนไปที่ต่างๆ แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงได้เข้าไปร้องเรียนที่ทำเนียบรัฐบาล

นางจันจ๋า ทองอร่าม น้องสาวของนางสังเวียน กล่าวว่า นายทุนรายนี้ข่มขู่ทวงหนี้พี่สาวหลายครั้ง บางครั้งก็ขู่ฆ่า ทำให้พี่สาวเครียดมาตลอดและพยายามร้องเรียนไปหลายที่ ทั้งอำเภอ ตำรวจ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล เนื่องจากว่านายทุนกลุ่มนี้เป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ของ อ.โคกสำโรง จึงไม่มีใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

"หนี้สินของพี่สาวมีจริงๆ แค่ 3-4 แสนบาทเท่านั้น ที่เหลือเป็นส่วนของพี่สาวที่นำลูกทีมกลุ่มชาวนา และชาวไร่ในอำเภอโคกสำโรง ไปทำการซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว ซื้อปุ๋ย ซื้อยาฆ่าแมลง และให้พี่สาวตนเองเป็นผู้เก็บหนี้สินจากชาวบ้าน โดยนายทุนคิดดอก ร้อยละ 20 ซึ่งทางพี่สาวก็ได้ทำการเก็บหนี้สินให้มาโดยตลอด แต่มาเมื่อ คสช.เข้ามายึดอำนาจ และมีการเตรียมปราบนายทุนเงินกู้ ทำให้พี่สาวกลัวทหารจะจับ จึงบอกยกเลิกเก็บดอกให้ ทำให้นายทุนไม่พอใจและข่มขู่รวมทั้งยกหนี้สินของชาวบ้านในกลุ่มที่พี่สาวมารวมไว้กับพี่สาว ทำให้พี่สาวเป็นหนี้จำนวนมากถึง 1.5 ล้านบาท" นางจันจ๋า กล่าว