วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประวิช'ยันกกต.หนุนงานปฏิรูปทุกด้าน

"ประวิช" กกต.ด้านกิจการมีส่วนร่วม ยันกกต.หนุนงานปฏิรูปทุกด้าน ลั่นพร้อมจัดเลือกตั้งหลังทราบทิศทางรัฐบาล

นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วมและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีที่ผู้เสนอชื่อเข้ารับการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) 7,370 คน ที่ไม่ไดรับการคัดเลือกเป็นสปช. ว่า เชื่อว่าทุกคนมีเจตนารมณ์ในการที่จะปฏิรูปประเทศร่วมกัน ซึ่งยังไม่สามารถให้คำตอบได้ว่ารัฐบาล หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะจัดสรรให้บุคคลเหล่านี้ไปอยู่ในส่วนไหนในการดำเนินงาน แต่ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการที่จะได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เพราะทุกคนที่เข้ามาสมัครเป็นสปช.ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถ

ทั้งนี้ มั่นใจว่าการร่วมแสดงความคิดเห็นนี้จะไม่เป็นไปในลักษณะของการชุมนุม หรือเป็นการรวมกลุ่มกันเพื่อเรียกร้องตามความต้องการของตัวเองหรือกลุ่มของตัวเองเท่านั้น เพราะขณะนี้มีการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางที่ถูกต้อง จึงคิดว่าน่าจะเป็นส่วนที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิรูป ทั้ง 11 ด้าน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกกต. ก็มีตัวแทนของสำนักงานกกต.เข้าไปเป็นส่วนร่วมในสปช. คือ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกกต. ซึ่งถือเป็นโอกาสดีในการประสานแนวทางการดำเนินงานต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

นายประวิช กล่าวต่อว่า ในส่วนของกกต. ขณะนี้ได้ดำเนินงานเพื่อสนับสนุนงานปฏิรูปและเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ซึ่งในทุกสัปดาห์จะมีการประชุม กกต. เพื่อหารือถึงปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการที่ผ่านมาว่ามีอะไรบ้าง โดยจะเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับนโยบายต่อไปว่าภายหลังจากที่มีรัฐธรรมนูญ และมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งแล้ว กกต. มีอำนาจในการดำเนินการในด้านใดและอย่างไรบ้าง ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่กกต.จะต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโจทย์สำคัญที่สุด คือ เมื่อรัฐบาลกำหนดทิศทางการดำเนินงานเรียบร้อยแล้ว กกต. สามารถทำให้เกิดการเลือกตั้งที่มีความสุจริต ยุติธรรม โดยไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงได้อย่างไร

"ยืนยันว่าสำนักงาน กกต.มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าวอยู่ตลอดเวลาไม่ได้หยุดนิ่ง หรือพูดง่ายๆ ก็คือการ์ดเราไม่เคยตก ซึ่งไม่ว่าทิศทางจะกำหนดมาเป็นอย่างไรก็มีความพร้อมที่จะดำเนินการ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องดูข้อจำกัดในส่วนของระยะเวลาด้วย เพราะหากกรอบระยะเวลาสั้นเกินไปก็จะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติด้วยเช่นกัน " นายประวิช กล่าว