วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลงนาม'เอ็มโอยูพม่า'3ฉบับหนุนพัฒนาพื้นที่ชายแดน

“ประยุทธ์” เยือนพม่า9-10ต.ค.เตรียมถก“เต็ง เส่ง”ร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ความร่วมมือไทย-พม่ารอบด้าน ลุยเชื่อมการค้า

ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำหนดเดินทางเยือนประเทศพม่าอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 ต.ค.2557 เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่แน่นแฟ้นอยู่แล้วให้ลึกซึ้ง และร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์เพื่อการพัฒนาอย่างรอบด้าน (comprehensive)

การเดินทางเยือนพม่าอย่างเป็นทางการของรัฐบาลไทยในครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะได้เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับนาย เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่า เพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์สำหรับความร่วมมือไทย-พม่าในระยะต่อไป และผลักดันความร่วมมือที่สำคัญเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเน้นการเป็นพันธมิตรเพื่อความมั่นคงและการพัฒนา (partnership for security and development) การหารือจัดระเบียบและพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างครบวงจร ความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติด พัฒนาโครงการเชื่อมโยงทางถนน การเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติม ความร่วมมือด้านพลังงาน ความร่วมมือด้านแรงงาน ที่พม่าให้ความสนับสนุนนโยบายการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวของ คสช.

นอกจากนี้ทั้งสองประเทศจะได้ร่วมมือกันผลักดันโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวายให้คืบหน้า ซึ่งคณะกรรมการระดับสูง (Joint High-Level Committee JHC) จะได้มีการประชุมในปลายปีนี้ และจะได้มีการหารือในลักษณะสามฝ่ายร่วมกับญี่ปุ่นที่แสดงความสนใจร่วมพัฒนาโครงการทวายด้วย

ผู้นำ 2 ประเทศจะได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) 3 ฉบับ ณ กรุงเนปิดอร์ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง จ.เชียงใหม่-เชียงตุง 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง จ.ประจวบคีรีขันธ์-มะริด

3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง จ.ระนอง - เกาะสอง โดยการลงนามในเอ็มโอยูทั้งสามฉบับจะเป็นการลงนาม ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดไทยและพม่า เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและพม่าในการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า พัฒนาเศรษฐกิจชายแดนและกระชับความสัมพันธ์ภาคประชาชนระหว่างสองประเทศเข้าด้วยกัน

“ภาพรวมความสัมพันธ์2 ประเทศดีในทุกๆมิติทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง ผู้นำทั้งสองประเทศมีความเข้าใจและสนิทสนมและคุ้นเคยกัน ซึ่งการหารือครั้งนี้จะครอบคลุมหลายด้านทั้งการแก้ไขปัญหาความยากจน การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การส่งเสริมการค้าบริเวณชายแดน ความร่วมมือด้านพลังงานและละการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างกัน นายกฯจะได้แนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของชาติสมาชิกอาเซียนด้วย”ร.อ.ยงยุทธ กล่าว

ทั้งนี้กำหนดการของนายกรัฐมนตรีและคณะที่จะเดินทางไปพม่าระหว่างวันที่ 9 - 10 ต.ค.2557 โดยวันพฤหัสบดีที่ 9 ต.ค. เวลา 14.15 น. ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร (บน. 6) ไปยังกรุงเนปิดอว์ และเดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงเนปิดอว์ เวลา 15.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) มีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ เข้าเยี่ยมคารวะและหารือข้อราชการกับนาย เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่า ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ 3 ฉบับ ทำพิธีมอบป้ายบริจาครถรับบริจาคโลหิตแก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติของพม่า

วันศุกร์ที่ 10 ต.ค.เวลา นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางออกจากท่าอากาศยานกรุงเนปิดอว์ไปยังกรุงย่างกุ้ง เพื่อร่วมการหารือกับภาคธุรกิจไทย ทีมประเทศไทยและจะเดินกลับถึงในเวลา 16.25 น.

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้หารือกับผู้แทนพิเศษรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งรับจะไปพิจารณาแนวทางการลงทุนในไทย ก่อนขยายการลงทุนเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ตลอดจน พร้อมร่วมมือ ในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวายในพม่าด้วย

"วันนั้นผมคุยกับรัฐมนตรีช่วยญี่ปุ่นเรื่องการลงทุน ซึ่งญี่ปุ่นใช้คำว่าไทยบวกหนึ่ง ซึ่งผมเข้าใจอย่างนี้ว่า การลงทุนใดๆ ในอาเซียน ให้มาลงทุนในไทยเป็นจุดสตาร์ทที่หนึ่งก่อน แล้วขยายเชื่อมต่อไปยังลาว กัมพูชา หรืออะไรก็ตามได้ไหม เขาก็บอกโอเค รับไปพิจารณา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ส่วนการเดินหน้าโครงการทวาย ว่า ไม่ใช่การผลักดัน แต่เป็น การร่วมมือในกรอบอาเซียนและเป็นการร่วมมือกันทั้งสามประเทศคือ ไทย ญี่ปุ่นและเมียนมาร์

ขณะที่การเดินทางเยือนพม่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะหารือทุกมิติ ทั้ง ด้านชายแดน ความมั่นคง เศรษฐกิจการลงทุน การเป็นหุ้นส่วนระหว่างกัน และปัญหายาเสพติด