ฟ้องกลับอัยการ-ป.ป.ง.อ้างทำคดีไม่ชอบ

"โยฮัน" ชาวดัตช์ ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน ฟ้องกลับอัยการ-ป.ป.ง. อ้างทำคดีไม่ชอบ ปมเปิดร้านกาแฟบังหน้าส่งกัญชาขาย
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 11.30 น. นายโยฮัน หรือ โยฮันเนส เปทรัส มาเรีย ฟาน ลาร์โฮเฟิน (Johannes Petrus Maria van Laarhoven ) อายุ 54 ปี สัญชาติเนเธอร์แลนด์ และนางมิ่งขวัญ แก่นอินทร์ อายุ 32 ปี ภรรยาชาวไทย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงิน มอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นฟ้อง นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ,
นายกิตินันท์ ธัชประมุข รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน , นายวีรยุทธ เนติวุฒิพงศ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานการสอบสวน , นายฉัทปณัย รัตนพันธุ์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานการสอบสวน 2 , ร.ต.ท.โสภณ เกษมพิบูลย์ไชย อัยการประจำสำนักงานการสอบสวน 1 , นายเจษฎา ธนาสิทธิ์พันธ์กุล อัยการประจำสำนักงานการสอบสวน 1 , นายกฤตกร รุ่งพรทวีวัฒน์ อัยการสำนักงานการสอบสวน , พ.ต.อ.กู้เกียรติ เจริญบุญ อัยการประจำกอง สำนักงานการสอบสวน 1 ,
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายอภิชาติ ถนอมทรัพย์ เป็นจำเลยที่ 1-10 ในความผิดฐานร่วมปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายบุคคลอื่น และเป็นพนักงานสอบสวน กระทำการในตำแหน่งมิชอบเพื่อกลั่นแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 200
ตามฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติการณ์ว่า เมื่อประมาณ เดือน มิ.ย. - ก.ค.57 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการการศาลแขวงของประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ประสานขอความร่วมมือมายัง สำนักงานอัยการสูงสุดของไทย ขอให้สืบที่อยู่ของโจทก์ที่ 1 และให้แจ้งโจทก์ที่ 1 เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในคดีอาญา พ.ศ.2535 ซึ่งพวกจำเลยในฐานะพนักงานสอบสวนที่อัยการสูงสุดตั้งขึ้น ต้องดำเนินการตามกรอบความร่วมมือและช่วยเหลือเบื้องต้น แต่ปรากฏว่าพวกจำเลย กลับนำความร่วมมือไปขยายความและยื่นคำร้องขอออกหมายค้นและหมายจับต่อศาลอาญาซึ่งกล่าวหาว่าโจทก์ที่ 1 ร่วมกับโจทก์ที่ 2 และนายฟรานซีล โจเซฟ คอลเนียล มาเรีย ฟานลาร์โฮเวน พี่ชายของโจทก์ที่ 1 กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 แล้วนำไปตรวจค้นที่บ้านพัก ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรีที่อยู่ยริเวณเดียวกับสนามกอลฟ์ฟีนิกซ์ ซึ่งการตรวจค้นนั้นกระทำต่อหน้าบุตรโจทก์ที่ 1 โดยไม่มีหมายเรียกให้โจทก์ที่ 1 มาดำเนินการตามกรอบขอความร่วมมือก่อน ขณะที่เมื่อนำโจทก์ทั้งสองไปควบคุมที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ)ตั้งแต่คืนวันที่ 23 ก.ค.57 แล้วยื่นฝากขังครั้งแรกมในวันที่ 25 ก.ค.57 นั้นพนักงานสอบสวน ไม่ได้ดำเนินการให้เกิดความยุติธรรมในการปล่อยชั่วคราวระหว่างการสอบสวน จึงนำคดีมายื่นฟ้องต่อศาล
ขณะที่ภายหลังการฟ้องคดี นายสุประวัติ ใจสมุทร ทนายความ ได้ออกเป็นเอกสารแถลงข่าว ระบุว่า ศาลรับคดีในสารบบหมายเลขดำ อ.3317/2557 โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ เวลา 13.30 น. โดยการฟ้องคดีเป็นการต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิ เพราะได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง กิจการ โดยได้มีการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ง.เพื่อเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ทั้งหมดด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ นายโยฮัน และนางมิ่งขวัญ ภรรยานั้น ถูกเจ้าพนักงานจับกุมตัวได้เมื่อ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งข้อหากระทำผิดพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3,5,6,7,60,61, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา3,5,6,25,32 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
โดยมีพฤติการณ์ กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีกัญชาและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทจำนวนมาก ในนามบริษัท ทีจีซี จำกัด ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อปรุงแต่ง แปรสภาพ ส่งจำหน่ายตามคอฟฟี่ ช็อป ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้เงินจำนวนมากแล้วมีการโอนเงินจัดตั้งบริษัท การค้าอีกหลายประเทศในทวีปยุโรป รวมทั้งประเทศไทยเพื่อปิดบัง และการฟอกเงิน โดยนำมาสร้างคฤหาสน์ บ้านพัก สนามกอล์ฟ เงินสดจำนวนหนึ่ง เครื่องประดับ เงินฝากธนาคาร 3 บัญชี มูลค่า รวม 19,500,824.57 บาท ที่ดินหลายแปลงพร้อมโฉนด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เอกสารการเป็นเจ้าของรถยนต์เบนซ์ และพอร์ช อีก 5 คัน สัญญาซื้อขายตึกแถว 1 ห้องใน จ.สมุทรปราการ และอื่น ๆ มูลค่ากว่า 100 ล้าน ซึ่งชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ซึ่งได้มีการยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ก.ค.57 เพื่อรอการสรุปสำนวนพยานหลักฐานและความเห็นทางคดี
ขณะที่การกระทำนั้นได้เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 จึงต้องให้อัยการสูงสุด เป็นพนักงานสอบสวนรับผิดชอบสั่งคดี ซึ่งขณะนี้มีรายงานแจ้งว่า พนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน ที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดทำสำนวนคดีนั้น ได้สรุปความเห็นเสนออัยการสูงสุดตามขั้นตอนแล้ว โดยสำนวนอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการสูงสุดเพื่อจะสั่งคดีว่า ฟ้องหรือไม่ฟ้อง โดยการฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองจะครบครั้งสุดท้ายในวันที่ 16 ต.ค.นี้ โดยระหว่างนี้ผู้ต้องหาทั้งสองยังคงถูกคุมขังในเรือนจำ เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัวจากศาลในชั้นฝากขัง







