รมว.ยธ.สั่งป.ป.ท. ดึงสตง.ร่วมสอบใช้งบสพฐ. สร้างสนามฟุตซอลไม่ได้มาตรฐาน
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการตรวจสอบทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) วงเงินกว่า 600 ล้านบาทว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)ได้รายงานข้อเท็จจริงให้รับทราบแล้ว ตนได้มอบให้ป.ป.ท.ไปบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานในสังกัดทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) รวมถึงให้ประสานไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ให้ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่ง เพราะเบื้องต้นพบความผิดปกติ มีมูลความผิด จึงจำเป็นต้องตรวจสอบทั้งระบบเพราะเป็นงบจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนก่อน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการตั้งคณะทำงานปราบปรามทุจริตที่มีการบูรณาการ 11 หน่วยงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการเพิ่มเติมให้ดึงภาคเอกชนมาร่วมจึงได้มอบหมายให้เลขาธิการป.ป.ท. ทาบทามเอกชนที่มีความสนใจและพร้อมให้ความร่วมมือมาทำงานร่วมกัน เมื่อได้ตัวแทนภาคเอกชนแล้วจึงเสนอต่อนายกฯเพื่อแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
“ปัญหาทุจริตถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องมีการสร้างกลไกตรวจสอบทุกด้าน เพราะยังมีงบประมาณอีกหลายโครงการที่ต้องได้รับการตรวจสอบ เพื่อให้การใช้งบประมาณถูกส่งไปถึงประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่รั่วไหลระหว่างทาง” รมว.ยุติธรรมกล่าว
ด้านนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวว่า รมว.ยุติธรรม ได้สั่งการให้ป.ป.ท.ไปประสานงานกับสตง.โครงการดังกล่าวควบคู่กับการตรวจสอบนโยบายจ่ายเงิน 1,000 บาทต่อไร่ให้ชาวนา เพื่อให้เป็นโมเดลคู่ขนาน ในส่วนของโครงการทุจริตสนามฟุตซอลได้ประสานกับพ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. และพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าปฏิบัติมาให้แล้ว สัปดาห์จะประชุมเพื่อแบ่งงานแยกเป็นเขตพื้นที่เพื่อจัดสรรผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน ใน 3 จุดคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11 จังหวัด ภาคเหนือคืออุตรดิตถ์ เชียงราย พิษณุโลก พะเยา และภาคกลาง ที่จ.ชลบุรี และสระบุรี ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบจะดูตามโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรงบซึ่งขณะนี้ป.ป.ท.ได้ส่งหนังสือไปยังสำนักงานเขตการศึกษาพื้นที่ เพื่อขอเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ





