วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

ผบ.ตร.แถลงครั้งสุดท้ายเคลียร์ครหาจับแพะ

ผบ.ตร.แถลงครั้งสุดท้ายเคลียร์ครหาจับแพะ

"พล.ต.อ.สมยศ" ผบ.ตร. แถลงครั้งสุดท้ายเคลียร์ข้อครหาจับแพะ คดีฆ่า2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 7 ต.ค.2557 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รองผบ.ตร. พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร. พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก รรท.ผบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ พล.ต.ต.สมบูรณ์ ตันตระกูล รรท.นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รรท.รอง ผบช.น.

พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง และพ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมทีมสืบสวนชุดคลี่คลายคดีสังหารนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเสียชีวิตที่ชายหาดเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช เพื่อแถลงข่าวชี้แจงพร้อมตอบข้อสงสัยทุกประเด็นเกี่ยวคดีนี้ แม้ต่อมาตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นแรงงานชาวพม่าได้จำนวน 2 คน แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กว่า เป็นการจับผิดตัว รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตต่างๆมากมายในคดี

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า คดีที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ โดยยึดหลักความถูกต้อง ดำเนินการตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน ซึ่งเป็นแรงงานชาวพม่าได้ แต่เมื่อจับกุมคนร้ายได้ ก็มีคำถามทั้งภายในและต่างประเทศ รวมทั้งในโลกโซเชียล ที่มีการแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา ข้อมูลถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง บางข้อมูลไม่มีข้อเท็จจริง เป็นการมโนไปเอง เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ตามที่สัมคมมีการตั้งคำถาม วันนี้จึงได้นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยมาชี้แจงขั้นตอนในการทำคดี เพื่อให้เกิดความกระจ่าง และครั้งนี้จะเป็นการแถลงข่าวครั้งสุดท้าย เปิดโอกาสให้ซักฟอกอย่างเต็มที่ อะไรที่สามารถตอบได้ ไม่ทำให้เสียรูปคดี ไม่ส่งผลต่อการสอบสวน การชี้นำ ก้าวล่วงสำนวนการสอบสวน ก็จะตอบในทุกประเด็น เพราะขณะนี้ได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการไปแล้ว

พ.ต.อ.ประชุม กล่าวถึงรายละเอียดของคดี ว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ เวลา 06.30 น.วันทึ่ 15 กันยายน 2557 พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ 2 ราย บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยทันที พร้อมประสานศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ให้เดินทางเข้าตรวจที่เกิดเหตุ และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยพบก้นบุหรี่ เสื้อผ้าผู้ตาย รองเท้าแตะ จอบที่คาดว่าคนร้ายใช้ก่อเหตุ ถุงยางอนามัย 1 ชิ้น เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้ตรวจสอบ เบื้องต้นไม่มีประจักษ์ พบเห็นขณะเกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายทั้ง 2 คน เดินเข้ามาท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2557 โดยมาเที่ยวคนละกลุ่ม และมาเจอกันที่โอเชี่ยนวิวบังกะโล ซึ่งเป็นที่พัก เป็นการรู้จักกันโดยบังเอิญ คืนวันเกิดเหตุ 14 ก.ย.2557 ผู้ตายทั้งสองคน พร้อมกลุ่มเพื่อนได้ไปชมการถ่ายสดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ต กับทีมสวอนซีที่ช็อปเปอร์บาร์ จากนั้นเพื่อนผู้ตาย ได้ขอตัวกลับห้องพัก ส่วนผู้ตายได้ไปเที่ยวต่อที่เอซีบาร์ จนกระทั่งมาพบเป็นศพในเช้าวันรุ่งขึ้น

พ.ต.อ.ประชุม กล่าวว่า ในการสอบสวนคดีนี้ มีการตั้งข้อสันนิษฐานในประเด็นต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะการสืบสวน เนื่องจากคดีนี้ไม่มีประจักษ์พยาน จึงสืบสวนจากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ วัตถุพยาน ทั้งก้นบุหรี่ จอบ ผลการตรวจสภาพศพ นอกจากนั้น มีการควานหาบุคคลที่ใกล้ชิดกับที่เกิดเหตุให้มากที่สุด โดยเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้่ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีมากที่สุด โดยการตรวจสอบบุคคลที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง ตำรวจได้ตรวจสอบทุกคนที่สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุทั้งหมด ทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว

จากการตรวจวัตถุพยาน พบดีเอ็นเอ. ที่ก้อนบุหรี่ และดีเอ็นเอในตัวของ น.ส.ฮานนาห์ นอกจากนั้นการสืบสวน ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้กับที่เกิดเหตุ ก็พบเพียงชายต้องสงสัยไม่สวมเสื้อวิ่งผ่านไป-มา ผ่านมาหน้ากล้อง แต่เมื่อไปสอบพยานบุคคล มีคนเห็นว่าก่อนเกิดเหตุมีชาย 3 คนไปนั่งเล่นกีตาร์ ตรงจุดที่พบก้นบุหรี่ จากนั้นก็มีการต่อจิกซอว์ จนพบว่าทั้ง 3 คนมีความเชื่อมโยงกับคดีอย่างมีนัยยะสำคัญ จึงเรียกนายเมา เมา มาสอบปากคำ โดยนายเมา เมา ได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งนี้ เมื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอ พบว่าตรงกันกับดีเอ็นเอ.ที่พบในศพ จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงได้มีการจัดทนายความให้กับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมาย ก่อนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า ตำรวจเริ่มต้นการสืบสวน โดยเริ่มจากเบาะแสที่ได้รับ มีการคัดกรองพื้นที่ แต่อะไรก็ไม่ง่าย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งทีมสืบสวนจากส่วนกลาง ลงไปสมทบ ทำให้การทำงานละเอียด และรอบคอบขึ้น มีการคัดกรองบุคคล โดยเชื่อว่าคนร้ายต้องเข้ามายังจุดที่เกิดเหตุในเวลาที่กำหนด ในการเชื่อมโยงพยานวัตถุ ประกอบกับพบานบุคคล ที่สำคัญคือ ผลการตรวจดีเอ็นเอ.ที่สามารถยืนยันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้พยานบุคคลก็ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาตร์ได้

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า ในส่วนของงานพิสูจน์หลักฐาน แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 อีกส่วนคือการตรวจดีเอ็นเอ. เปรียบเทียบ อยู่ในความรับผิดชอบของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) สำหรับที่เกิดเหตุพยานวัตถุที่เก็บได้ ประกอบด้วย จอบ ถุงยาง และก้นบุหรี่ ซึ่งจุดที่เก็บได้อยู่ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 65 เมตร โดยในวันที่ 16 ก.ย.ได้มีการส่งหลักฐานมาให้ พฐก.ตรวจ ซึ่งผลการตรวจดีเอ็นเอ. คราบเลือดที่จอบเป็นของ น.ส.ฮานนาห์ ดังนั้น จึงมั่นใจว่า คนร้ายใช้จอบเป็นอาวุธ ส่วนดีเอ็นเอ.ที่ก้นบุหรี่ 3 อัน อันแรกเป็นบุหรี่ยี่ห้อมาร์โบโร สีขาว ไม่พบดีเอ็นเอ มีเพียงคราบลิปสติกสีแดงติดอยู่ อันที่ 2 เป็นบุหรี่ยี่ห้อแอลเอ็มแดง พบดีเอ็นเอ 1 คน เราตั้งสมมติฐานว่า นายเอ และอันที่ 3 เป็นบุหรี่ยี่ห้อแอลเอ็มแดง พบดีเอ็นเอของ 2 คน เราตั้งสมมติฐานว่า นายเอ และบี เมื่อได้ตัวอย่างดีเอ็นเอ. จากก้นบุรี่ ก็ได้ประสานกับสถาบันนิติเวชวิทยา ซึ่งเป็นผู้ตรวจศพ ก็พบว่า มี 1 คน ที่มีดีเอ็เอ.ซ้อนกันอยู่ แสดงให้เห็นว่า คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอ.กลุ่มในตัวอย่าง ที่มีการเก็บจากบุคคลในพื้นที่ 243 คน จนถึงเมื่อวันที่ 28 ก.ย. แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 187 ราย ชาวไทย 56 ราย ปรากฏว่า ผลดีเอ็นเอ.ไม่ตรงกับดีเอ็นเอ.ที่ก้นบุหรี่ จนกระทั่งวันที่ 2 ก.ย.มีการส่งตัวอย่างเยื้่อบุกระพุ้งแก้ม ของผู้ต้องสงสัย 3 คนมาตรวจ ผลปรากฏว่าตรงกับตัวอย่างดีเอ็นเอ.ที่พบในวัตถุพยาน ที่ส่งมาตรวจก่อนหน้านี้

พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า การตรวจก้นบุหรี่ เป็นหลักฐานสำคัญที่มีการบ่งชี้ถึงตัวบุคคลที่มาเกี่ยวข้องกับคดี เพราะว่าดีเอ็นเอ.ที่พบในก้นบุหรี่ไปตรงกับดีเอ็นเอ.ที่พบในช่องคลอดของ น.ส.ฮานนาห์ ทำให้มีความเชื่อมโยงกัน ระหว่างผู้สูบบุหรี่กับผู้ที่คาดว่าจะก่อเหตุ ทำให้สามารถกำหนดจุดในการติดตามคนร้ายได้ ซึ่งต่อมาตำรวจได้มีการจำลองเหตุการณ์ในสถานที่เกิดเหตุ ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่คาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือก่อเหตุ

สำหรับดีเอ็นเอที่พบที่ก้อนบุหรี่แอลเอ็มแดงอันแรก คือ นายเมา เมา ส่วนที่ก้อนบุหรี่แอลเอ็มแดงอีกอัน เป็นของนายเมา เมา และนายเวพิว นอกจากนั้นยังพบ ดีเอ็นเอ.ของนายเวพิว ที่หัวนมด้านขวาและช่องคลอดของ น.ส.ฮานนาห์ ส่วนดีเอ็นเอของนายซอลิน ตรงกับตัวอย่างดีเอ็นเอ.ที่พบในทวารหนัก และหัวนมด้านขวาของน.ส.ฮานนาห์

ด้านพ.ต.อ.ภวัต ประทีปวิศรุต รองผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา ผู้ผ่าชันสูตรศพ กล่าวว่า ศพน.ส.ฮานนาห์ ที่มาถึงมีสภาพกึ่งเปลือยเปื้อนทรายพบคราบเลือด สภาพศพเริ่มเน่า ไม่ผ่านการรักษา มีบาดแผลอย่างรุนแรงที่บริเวณศีรษะและใบหน้า จากของเเข็งไม่มีคม ซึ่งสามารถเข้ากันได้กับวัตถุของกลางในคดี พบการถูกทำร้ายทางเพศ ผลตรวจทางพิษวิทยา ไม่สารเสพติดวัตถุออกฤทธิ์ทางจิตประสาทในปัสสาวะและเลือด ไม่พบสารพิษจากอาหารในกระเพาะอาหาร ผลตรวจทางชีวเคมี. พบดีเอ็นเอ.ของบุคคลอื่น 2 คนที่บริเวณหน้าอกขวา พบอสุจิบุคคลอื่น 1 คนในช่องคลอด พบอสุจิ และดีเอ็นเอ.ของบุคคลอื่น 2 คน ในทวารหนัก สรุปสาเหตุ การเสียชีวิต มาจากได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากของแข็งไม่มีคมกระทบกระแทกอย่างรุนแรง

สำหรับนายเดวิด สภาพศพที่ส่งมาสภาพเปลือย เริ่มเน่า ไม่ผ่านการรักษา บาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศีรษะและใบหน้า จากของแข็งไม่มีคม เข้ากันได้กับวัตถุของกลางในคดี ไม่พบการถูกทำร้ายทางเพศ การตรวจภายในพบน้ำในช่องอก 2 ช่อง ปอดพองลมบวมน้ำเต็มช่องอก ตรวจทางพิษวิทยาไม่สารเสพติดวัตถุออกฤทธิ์ทางจิตประสาทในปัสสาวะและเลือด ไม่พบสารพิษจากอาหารในกระเพาะอาหาร ผลตรวจทางเคมี ไม่พบอสุจิในทวารหนัก สาเหตุการตาย สรุปสาเหตุการเสียชีวิตมาจากได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากของแข็งไม่มีคมกระทบกระแทกอย่างรุนแรงร่วมกับการจมน้ำทะเล

ผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนการสอบสวน ที่มีข้อครหาว่า มีการใช้กำลังบังคับให้สารภาพ พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า การบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีทนายความร่วมรับฟัง และหลังมีการสอบปากคำ ได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกาย โดยมีใบรับรองแพทย์ เนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้ประเด็นในการทำลายน้ำหนักการสอบสวนของตำรวจ ยืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใส สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับบาดแผลบริเวณใบหน้าของนายเดวิด ที่ข้อสงสัยว่ามีการใช้อาวุธชนิดอื่น ก็ยืนยันได้ว่า เป็นบาดแผลที่เกิดจากของแข็งไม่มีคม ซึ่งสามารถเข้ากันได้ดีกับวัตถุของกลางในคดี คือ จอบ ซึ่งข้อแตกต่างระหว่างบาดแผลที่เกิดจากของแข็งมีคม กับไม่มีคม ถ้าของแข็งมีคมบาดแผลจะเรียบไม่มีขอบช้ำ เรียบตลอดทางจนถึงกระดูก ส่วนของแข็งไมีมีคมบาด แผลจะช้ำ ไม่เรียบ ที่กระดูกก็จะมีรอยแตก

ส่วนข้อสงสัยเรื่องถุงยางอนามัย ที่ตรวจพบดีเอ็นเอ.ของน.ส.ฮานนาห์ เพียงคนเดียวที่บริเวณด้านนอกของถุงยาง พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า ตำแหน่งที่พบถุงยาง อัดแน่นไปด้วยทราย อาจมีการปนเปื้อน เป็นไปได้ว่า ผิวสัมผัสด้านใน มีโอกาสจะตรวจไม่พบ หรือเป็นไปได้ว่า ไม่มีการหลั่งอสุจิ จึงไม่พบดีเอ็นเอ.ในถุงยาง

เมื่อถามว่า ตำรวจจะสามารถยืนยันได้อย่างไรว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เป็นคนร้ายที่ลงมือฆ่า การพบดีเอ็นเอ.ในช่องคลอดของน.ส.ฮานนาห์ เป็นการสมยอมหรือไม่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า การสืบสวนเชื่อตามคำให้การ และวัตถุพยาน มีมูลเหตุจูงใจ ตำรวจเชื่อว่า มีการลงมือทำร้ายจนเหยื่อไม่อยู่ในภาวะที่ขัดขืนได้ โดยที่เหยื่อไม่เสียชีวิตทันที ก่อนลงมือข่มขืน จากนั้นจึงได้ลงมือทำร้ายซ้ำจนเสียชีวิต เพื่ออำพรางคดี อีกเหตุคือ ไม่พบบุคคลอื่นเข้าไปในที่เกิดเหตุ ในช่วงเวลานั้น ข้อมูลจึงฟังได้เป็นข้อยุติในขณะนี้

ส่วนประเด็นเรื่องโทรศัพท์มือถือของนายเดวิด ทางญาติของผู้เสียชีวิต เป็นคนให้ข้อมูลเลขอีมี่กับทางตำรวจ ตำรวจจึงได้ซักถามผู้ต้องหา ซึ่งให้การรับสารภาพว่า ได้นำไปฝากเพื่อนไว้ ต่อมาตำรวจได้สอบปากคำเพื่อนคนดังกล่าวไว้เป็นพยานแล้ว โดยเพื่อนคนดังกล่าวระบุว่า ได้ทุบโทรศัพท์ ก่อนนำใส่ถุงพลาสติกไปโยนทิ้งไว้ที่หลังบ้าน

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นชนกลุ่มน้อยชาวยะไข่ ซึ่งคนกลุ่มนี้ ถึงแม้ไม่รู้จักกัน ทำงานและพักคนละที่ แต่มีความแนบแน่น เนื่องจากเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน ใช้ภาษาเดียวกัน เมื่อเดินทางมาต่างถิ่น ซึ่งผ่านความยากลำบาก จึงยิ่งมีความแนบแน่น การมาก่อเหตุก็ไม่มีการเตรียมการกันมาก่อน เพียงบังเอิญผ่านมาเจอเหตุการณ์ ทำให้มีแรงจูงใจ บวกกับการดื่มเบียร์เข้าไป ทำให้ก่อเหตุดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของสถานทูตอังกฤษ และสถานเอกอัครราชทูตพม่า กับการปิดคดีนี้ของตำรวจ พ.ต.ท.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ฝ่ายประสานงานภูมิภาคและตำรวจสากล บก.ตท. กล่าวว่า ทางสถานทูตอังกฤษ แสดงความขอบคุณรัฐบาล และตำรวจที่ให้ความร่วมมือในการคลี่คลายคดี และได้มีการประสาน เพื่อติดตามความคืบหน้า ผ่านมาทางตำรวจสากล และการที่สถานทูตไม่มาร่วมแถลงในวันนี้ ไม่ได้มีประเด็นว่า พอใจหรือไม่พอใจ แต่ทางสถานทูตเห็นว่า การแถลงข่าว ในเรื่องความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน เป็นอำนาจของตำรวจไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งทางสถานทูต จะไม่ก้าวล่วง เพียงแต่ฝากขอบคุณมาเท่านั้น ส่วนทางสถานเอกอัครราชทูตพม่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมตัวแทนแรงงาน นักสิทธิมนุษยชน มาติดตามคดี และขอเข้าพบผู้ต้องหา ซึ่งทางราชทัณฑ์ก็ให้เข้าพบ ส่วนทางคดีตำรวจได้ชี้แจงให้ทราบ ซึ่งทางสถานทูตม่า ก็แสดงความพอใจ

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวสรุปว่า การจับกุมผุ้ต้องหาในคดีนี้ หลักฐานสำคัญมี 5 ประเด็น คือ 1.พยานบุคคล คือ นายเมา เมาและนายเล เล 2 การพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ 3.ภาพจากกล้องวงจรปิด 4 โทรศัพท์ของนายเดวิด และ5 คำรับสารภพาของผู้ต้องหาต่อหน้าทนายความ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา ตำรวจมั่นใจว่าจากประเด็นทั้ง 5 จะเพียงพอที่ทำให้ศาลพิพากษาลงโทษผู้ต้องหาได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่มีการจับแพะอย่างแน่นอน ส่วนที่ผ่านมา มักมีการตั้งต้องข้อสังเกตุมาโดยตลอดว่า ตำรวจจับแพะ ตรงนี้ตนมองว่า เป็นเรื่องของอดีต ซึ่งหลังจากที่ตนมารับตำแหน่ง จะไม่ให้มีปัญหานี้เกิดขึ้น ขณะเดียวกันยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้หวั่นไหวกับกระแสสังคม โดยเฉพาะในโซเชียลเน็ตเวิร์ก

อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบดีเอ็นเอ.ในคดีนี้ ทางตำรวจไม่ได้ทำเพียงหน่วยงานเดียว โดยมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ , มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , นอกจากนี้ยังได้มีการพูดคุยกับทาง พญ.พรทิพย์ ด้วยเช่นกัน

"ที่ต้องมาแถลงข่าวในวันนี้ เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสนในสังคม หากไม่หยุดในสิ่งที่สังคมเข้าใจผิดๆ หากตำรวจนิ่งเฉย ก็เหมือนเป็นการรับผิด ต้องออกมาชี้แจงเพื่อยุติคำถามต่างๆ ในสังคม อยากให้ถามให้หมดในวันนี้ ผมยอมเปิดโอกาสให้ทุกคน โดยเฉพาะสื่อมวลชน ได้ซักฟอกการทำงานของตำรวจ หลังจากวันนี้ จะไม่พูดแล้ว ขณะเดียวกันเพื่อยุตินักสืบไซเบอร์ ที่ชอบมโนไปเองแบบผิดๆ แต่กระนั้นเราก็รับฟังทุกความคิดเห็น โดยเฉพาะที่เผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็ตรวจสอบให้ทุกประเด็น จนบางครั้ง ก็ทำให้การทำงานล่าช้า แต่ยอมรับว่าในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ มีส่วนช่วยการทำงานของตำรวจ ซึ่งส่วนนี้ตนก็ต้องขอบคุณ แต่บางส่วนที่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สร้างความสับสน ไม่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ตนอยากให้เลิกเสีย เพราะตรงนี้ไม่เกิดประโยชน์และจะยิ่งสร้างความสับสนมากขึ้นไปอีก"ผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า สำหรักรณีที่มีการตั้งคำถามของสื่อต่างประเทศว่า ตำรวจให้ข้อมูลสับสน ไม่ตรงกัน เรื่องนี้เมื่อตนทราบปัญหา ก็ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น อดีต ผบช.ภ.8 เป็นผู้ให้ข่าวเพียงคนเดียว ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และกำชับการให้ข้อมูล ไม่ให้กระทบความรู้สึกของครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย