"ไพบูลย์"ปลุกใจคนดีเอสไอร่วมกอบกู้องค์กร ทำงานสร้างความเป็นธรรมเรียกความเชื่อมั่นคืน
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปาฐกถางาน 12 ปีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า กระทรวงยุติธรรมไม่ได้ดูกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ แต่ดูปัญหาปลายน้ำ ทำให้ไม่เห็นภาพงานชัดเจนเหมือนกระทรวงมหาดไทย โดยส่วนใหญ่เป็นงานในเชิงระบบ แม้แต่งานยาเสพติด เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ก็ทำได้แค่สร้างระบบ งานปราบทำเองไม่ได้ งานเกี่ยวกับเด็กก็ต้องประสานกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับดีเอสไอตนอยากให้ทำงานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมตามที่สังคมคาดหวัง วันนี้ดีเอสไอไม่ได้รับความเชื่อถือจากสังคม อยากให้ยอมรับความจริงและพิสูจน์ตัวเอง หากคนดีเอสไอผูกพันและอยากเห็นดีเอสไอเป็นที่เชื่อถือ ขอให้ช่วยกันทำให้เกิดความยุติธรรม
"หลังการยึดอำนาจ คำถามแรกๆ คือ เมื่อไรจะย้ายอธิบดีดีเอสไอ ทำไมดีเอสไอมีปัญหามากจริงๆในสายตาสังคมภายนอก เมืองไทยมีปัญหาเรื่องการออกกฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐมักออกกฏหมายเพิ่มอำนาจหน้าที่ของตัวเอง ทำให้การคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นจากการให้อำนาจหน้าที่ จึงต้องระมัดระวัง ซึ่งย้อนมาถึงดีเอสไอ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจทั่วประเทศ ได้ใช้อำนาจเพื่อตัวเองหรือกลุ่มหรือไม่ ถ้าทำเช่นนั้น ก็เลว"พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า เมื่อตนเป็นรัฐมนตรียุติธรรมก็ต้องร่วมกับปลัดกระทรวง ทำหน้าที่ปกป้องดีเอสไอ หากคนดีเอสไอยอมรับว่า ไม่ได้รับความเชื่อถือก็ต้องปรับปรุง ขอให้ไปทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้เกิดกระแสข่าวจะให้ยุบดีเอสไอบ้าง ปรับโครงสร้างดีเอสไอบ้าง หรือดีเอสไอถูกแทรกแซงบ้าง เมื่อตนเป็นรัฐมนตรีรับผิดชอบดีเอสไอ ก็ต้องเข้ามาเคลียร์ให้ดีเอสไอเป็นที่ยอมรับ อย่างไรก็ตาม เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาได้รับรายงานว่าเกิดเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้นในดีเอสไอ เรื่องนี้ทำให้ตนรู้สึกเจ็บปวดมาก เหมือนควบคุมพวกท่านไม่ได้ หากพบผู้กระทำผิดตนจะสอบสวนเอาผิดด้วยตัวเอง การกระทำครั้งนี้กำลังฟ้องกับสาธารณะว่าดีเอสไอถูกแทรกแซงจริง พวกท่านกำลังฆ่าดีเอสไอ พฤติกรรมเช่นนี้ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายทำก็ต้องเรียกว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย ดีเอสไอเป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมายทำงานภายใต้ความคาดหวังของประชาชนแต่กลับมาเกิดเหตุลักษณะนี้ ตนไม่พอใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ไม่หวังดีนำน้ำมันเบรคไปราดใส่รถยนต์นิสสัน จู๊ค ของร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รอง ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ซึ่งจอดไว้ในอาคารจอดรถของศูนย์ราชการอาคาร บี ได้รับความเสียหายทั้งคัน สันนิษฐานเบื้องต้นอาจเกิดจากปัญหาความขัดแย้งภายในสำนักคดี เนื่องจากมีการปรับย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งตั้งแต่ระดับผอ.ศูนย์ไปจนถึงเจ้าหน้าที่คดีพิเศษหลายตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรในบริเวณดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เนื่องจากพล.อ.ไพบูลย์ไม่พอใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้านพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีดีเอสไอและว่าที่ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมา 4เดือนในตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอ สิ่งที่เกิดขึ้นกับองค์กรนี้ ไม่สะท้อนความเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำให้กรมเหมือนต้องถูกปิด ตนได้ใช้เวลา ทำความเข้าใจกับคนดีเอสไอ ให้ช่วยกันฟื้นดีเอสไอให้เป็นที่เชื่อถือ หลังจากนี้ดีเอสไอต้องทำงานสืบสวนในลักษณะพิเศษจริงๆ ซับซ้อน รุนแรง มีผู้มีอิทธิพล และเกี่ยวกับปัญหาข้ามชาติเท่านั้น
พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวถึงคดีการเมือง โดยเฉพาะคดีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ปี 53ว่า คดีที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและสำนวนชันสูตรพลิกศพ ที่ยังอยู่ในกระบวนการของตำรวจ หากไม่มีข้อเท็จจริงว่า ใครเป็นผู้ทำให้ตาย ก็ยังเป็นสำนวนชันสูตรพลิกศพ ไม่ใช่สำนวนการสอบสวน ทั้งนี้ สำหรับคดีแรงงานไทยถูกหลอกค้ามนุษย์ในอินโดนีเซีย และช่วยมาได้แล้ว 6 คน ตนได้ลงนามอนุมัติให้เป็นคดีพิเศษแล้ว
"สำหรับกระแสความไม่พอใจเรื่องการแต่งตั้งผมเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมนั้น ยังไม่ขอพูดตอนนี้ เชื่อว่าจะพูดคุยทำความเข้าใจกันได้ เพราะพี่น้องกันทั้งนั้น"พล.ต.อ.ชัชวาลย์กล่าว





