"พรเพรช" ปธ.สนช. มองคุณสมบัติคนนั่ง ปธ.สปช. ต้องประณีประนอม-ไม่เผด็จการ-รับฟังความเห็นต่าง
นายพรเพรช วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้พิจารณาเลือกบุคคลที่ผ่านการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ครบ 250 คนเสร็จเรียบร้อยและอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ แต่งตั้ง ว่า ภายหลังจากที่สปช. ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเรียบร้อย จะต้องจัดประชุมเพื่อเลือกประธานและรองประธาน สปช. โดยบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่งประธานสปช. นั้นส่วนตัวไม่สามารถคาดเดาได้เพราะเป็นเรื่องที่สมาชิกสปช.จะเป็นผู้ลงมติ อย่างไรก็ตามตนมองว่าบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นประธานสปช. ต้องเป็นผู้อาวุโสพอสมควร ได้รับการยอมรับของสมาชิกทั้งจากประวัติการทำงาน มีความเป็นกลาง ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่นและพร้อมรับฟังความเห็นที่แตกต่าง นอกจากนั้นแล้วต้องยึดความถูกต้องของกติกา ไม่ใช้เผด็จการหรือยึดข้อบังคับ,กฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดเกินไป ต้องมีความประณีประนอม
นายพรเพชร กล่าวด้วยว่าสำหรับการเตรียมความพร้อมการสนับสนุนงานของสปช. ตนพร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่ ทั้งนี้ในช่วงที่มีการประชุมกับฝ่ายบริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องเป็นผู้สนับสนุนงานสปช.นั้น ตนได้ให้กรอบการทำงานเบื้องต้นว่าสำหรับการทำงานของสปช. ซึ่งมีกรอบการทำงานที่กว้างขวาง อาทิ การรับฟังความคิดเห็น ดังนั้นการทำงานไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เฉพาะรัฐสภาเท่านั้น อาจไปใช้ห้องประชุมของหน่วยราชการภายนอก หรือในต่างจังหวัดเพื่อดำเนินงานได้ นอกจากนั้นแล้วการใช้ห้องประชุมกรรมาธิการฯ ที่อาจไม่พอเพียงเนื่องจากกรรมาธิการฯ ของสนช. ต้องใช้ห้องประชุมด้วยนั้น ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้จัดเตรียมห้องทำงานที่อาคารภายนอก เช่น อาคารสุขประพฤติ รับรองไว้ ส่วนห้องประชุมรัฐสภานั้น เบื้องต้นสนช. กำหนดใช้ห้องเพียง 2 วัน คือวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ดังนั้นอีก 3 วันที่เหลือในสัปดาห์สปช.สามารถใช้ได้ หรือหามีงานที่ต้องเร่งดำเนินการ วันเสาร์และอาทิตย์สามารถใช้ประชุมได้เช่นกัน ส่วนเบี้ยเลี้ยงหรือค่าล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯ นั้นสามารถเบิกจ่ายได้เต็มจำนวน
นายพรเพชร ยังกล่าวถึงการคัดเลือกสมาชิกสนช.จำนวน 5 คนเพื่อเข้าไปทำหน้าที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ได้ระบุกับสมาชิกถึงสเปคของบุคคลที่จะไปทำหน้าที่ดังกล่าว ว่า 1.ต้องมีเวลาอย่างแท้จริง เพราะงานยกร่างรัฐธรรมนูญต้องทำทุกวัน 2.ต้องมีความรู้ และประสบการณ์ด้านสังคมศาสตร์, รัฐศาสตร์, นิติศาสตร์ และด้านต่างๆ 3.ต้องไม่เป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อำนาจหรือการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้บุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้จำกัดเฉพาะบุคคลที่เคยร่วมยกร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน อาจจะเป็นคนหน้าใหม่ก็ได้ แต่คนที่จะเข้าไปทำหน้าที่ต้องเป็นไปตามความสมัครใจ
นายพรเพชร กล่าวด้วยว่าภายหลังจากที่สปช.ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการและเสร็จสิ้นการประชุมนัดแรกแล้วตนจะนัดหมายสนช.ให้หารือเรื่องดังกล่าว เบื้องต้นการส่งรายชื่อนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสนช.





