สามารถ ติงขสมก. เพิ่มรถNGV ขณะไร้ความพร้อม ปั๊มเติมแก๊สไม่พอ ต้องวิ่งหาปตท. ทำรายได้หด 1.3 ล้านบาท/วัน
นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความไม่พร้อมขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ( ขสมก.) ในการที่จะใช้รถเมล์ NGV ให้บริการชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล ว่า เนื่องจากสถานีที่จะเติมก๊าซธรรมชาติ(Compressed Natural Gas) มีไม่เพียงพอ อีกทั้ง สถานีก๊าซ NGV ของ ขสมก. จำนวน 3 แห่ง ได้แก่สถานีอู่พระประแดง สถานีอู่กัลปพฤกษ์ และสถานีอู่บรมราชชนนี ก็ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง ดังนั้น ขสมก. จึงต้องพึ่งพาบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ซึ่ง ปตท. มีความเห็นว่า ขสมก. ควรที่จะนำรถเมล์ NGV เข้าเติมก๊าซธรรมชาติที่สถานี โดย ปตท. เสียค่าใช้จ่ายในการเชื่อมท่อก๊าซและติดตั้งหัวจ่ายก๊าซให้ ขสมก. ให้มากที่สุด สถานีเหล่านี้ประกอบด้วย สถานีรังสิต สถานีบางเขน และสถานีแสมดำ
นอกจากนี้ ปตท. ได้ผ่อนปรนให้ ขสมก. นำรถเมล์NGV เข้าเติมก๊าซธรรมชาติได้ที่สถานีซึ่งอยู่ใกล้แนวท่อก๊าซอีก 16 สถานี แต่ ปตท.ไม่ยินยอมให้ ขสมก. นำรถเมล์เข้าเติมก๊าซที่สถานีอื่นอีก 48 สถานี ตามที่ ขสมก. ร้องขอ เนื่องจากมีรถแท็กซี่ รถตู้โดยสาร และรถบรรทุกใช้บริการเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว
นายสามารถ กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ขสมก. จึงประสบปัญหาในการนำรถเมล์ NGV ไปเติมก๊าซที่สถานีซึ่งมีจำนวนจำกัดและตั้งอยู่ห่างไกลจากอู่รถเมล์ ส่งผลให้ ขสมก. ต้องวิ่งรถเปล่าเพื่อไปเติมก๊าซเป็นระยะทางถึง 90,964 กิโลเมตร/วัน สูญเสียค่าก๊าซ530,623 บาท/วัน ผลจากการที่ต้องเสียเวลาไปเติมก๊าซในระยะทางไกล ทำให้เสียโอกาสในการให้บริการผู้โดยสาร โดยมีจำนวนเที่ยววิ่งลดลง 3,228 เที่ยว/วัน คิดเป็นรายได้จากค่าโดยสารลดลง 1,291,383 บาท/วัน (ตัวเลขประมาณการเหล่านี้เป็นข้อมูลภายในของขสมก.)
นายสามารถ กล่าวว่า ส่วนวัตถุประสงค์ที่ ขสมก. ซื้อรถเมล์ใหม่ก็เพื่อต้องการให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย ซึ่งจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น รายได้จากค่าโดยสารก็จะเพิ่มตามขึ้นด้วย แต่เนื่องจากมีสถานีจ่ายก๊าซไม่เพียงพอ ทำให้ ขสมก. ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวิ่งรถเปล่าไปเติมก๊าซ และเสียโอกาสในการรับผู้โดยสาร ทำให้รายได้จากค่าโดยสารลดลง ดังนั้น หาก ขสมก. ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ การมีรถเมล์ใหม่ใช้ก๊าซธรรมชาติจะซ้ำเติมภาระหนี้สินของ ขสมก. ที่เวลานี้ต้องแบกภาระการขาดทุนเฉลี่ยวันละ 15.6 ล้านบาท (ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557) นอกจาก ขสมก. จะถูกกล่าวหาว่าล็อกสเปกการจัดซื้อรถเมล์NGV ให้ผู้ประกอบการบางรายแล้ว หาก ขสมก. สามารถฝ่าด่านการจัดซื้อรถเมล์ NGV ไปได้ก็ยังจะถูกจับตามองว่าจะแก้ปัญหาหนี้สินสะสมที่มีอยู่ถึง 83,559.51 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2557) ได้อย่างไร ตรงนี้ทำให้น่าเป็นห่วงอนาคตของ ขสมก. จริงๆ





