"ปรีดิยาธร" ระดมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ถกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมแถลง 1 ต.ค. "ประจิน"เผยเป็นมาตรการชุดใหญ่
รัฐบาลเตรียมแถลงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในสัปดาห์หน้า หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 1 ต.ค. นี้โดยรัฐบาลหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายฟื้นตัว ซึ่งการประชุมครม.เลื่อนเป็นวันพุธ เนื่องจากผู้บัญชาการเหล่าทัพที่เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ติดภารกิจในพิธีส่งมอบตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เขาชะโงก จ. นครนายก
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบ(คสช.) เรียกม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และนายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าหารือถึงภาวะเศรษฐกิจและมาตรการที่จะมาดูแล เมื่อวันพุธที่ 24 ก.ย.
ต่อมาวานนี้(26 ก.ย.) ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้เรียกหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ นายสมหมาย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที)และนายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เข้าหารือที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
นายณรงค์ชัย กล่าวภายหลังการหารือประมาณราว 2 ชั่วโมงว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีจำนวนมาก โดยจะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาในวันพุธที่ 1 ต.ค.นี้ และรัฐบาลจะมีการแถลงมาตรการดังกล่าว
ด้าน พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่ามีการหารือเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆที่รัฐบาลจะออกมาชุดใหญ่ โดยจะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีให้(ครม.) จึงจะเปิดเผยได้
อย่างไรก็ตามการหารือครั้งนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้ให้รัฐมนตรีและหน่วยงานเศรษฐกิจช่วยกันตรวจสอบว่าจะมีโครงการใดที่จะเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณที่ค้างอยู่ในปี 2557 และงบประมาณปี 2558 ได้โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างของส่วนราชการ
สำหรับกระทรวงคมนาคมมีโครงการที่เกี่ยวกับการซ่อมแซมถนนชำรุดที่เกิดจากน้ำท่วม โดยให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทรวบรวมมาเสนอในวันที่ 27 ก.ย.ที่จะมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ ที่กระทรวงคมนาคม
ด้านนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งรัดการออกใบอนุญาตให้สัมปทานเอกชนขุดและสำรวจแร่ทั้งใบสำรวจที่เรียกว่า อาชญาบัตร และใบอนุญาตการทำเหมืองแร่หรือประทานบัตร ที่ค้างอยู่มากกว่า100 ฉบับ ได้ลงนามอนุมัติไปแล้วหลังค้างอยู่มาเป็นเวลานาน
"บางฉบับนานกว่า 18 ปี ซึ่งการอนุมัติในเรื่องนี้จะช่วยให้เกิดการสร้างงาน และมีผลต่อการเพิ่มวัตถุดิบของอุตสาหกรรมต่อยอดเช่น ปูนหินทราย ทำให้เกิดการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น"
คลังหางบคงเหลือ5หมื่นล้านรองรับ
จากการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2557 เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ สั่งให้กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ รวบรวมวงเงินงบประมาณคงเหลือจากปีก่อน เพื่อนำมาจัดสรรมาตรการในขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล มุ่งเน้นการดูแลปากท้องของชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่าในเบื้องต้นมีวงเงินงบคงเหลือจากปีก่อนและงบปี 2557 ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง 1.5 หมื่นล้านบาท และงบเหลือจากปี 2557 ที่ยังไม่มีการก่อหนี้ราว 3-4 หมื่นล้านบาท และยังมีโครงการลงทุนที่เสนอราคาต่ำกว่าราคากลางอีก 1,000 ล้านบาท ที่สามารถดึงกลับมาได้
นอกจากนี้ จนถึงงบประมาณปี 2557 มีงบประมาณค้างท่ออีก 2 แสนล้านบาท ต้องดูว่าหน่วยงานนั้น ยังมีความพร้อมหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะพิจารณาให้กับหน่วยงานอื่นที่มีความพร้อมมากกว่า
"กรอบการใช้เงินงบประมาณแต่ละวงเงินนั้น มีวัตถุประสงค์การใช้เงินอยู่แล้ว ต้องมาดูว่า ใช้ในมาตรการใดได้บ้าง เช่น มาตรการเพิ่มรายได้เกษตรกรได้หรือไม่ เช่นเดียวกับส่วนราชการ ต้องยื่นโครงการและแผนการใช้เงิน มาที่สำนักงบประมาณ เพื่อพิจารณาว่าหน่วยงานไหนมีความพร้อมและเหมาะสมจะได้รับการจัดสรร" นายรังสรรค์ กล่าว
ชงครม.30ก.ย.โครงการต่ำ100ล้าน-เงินเดือน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมเร่งรัดจัดสรรงบประมาณ สำหรับทั้งโครงการใหม่และเก่าที่มีความพร้อมดำเนินการได้ทันที คือ โครงการต่ำกว่า100 ล้าน และมากกว่า 1000 ล้านบาท โดยจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาในวันพุธที่ 1 ต.ค.นี้
ส่วนมาตรการขึ้นเงินเดือนราชการนั้น นายรังสรรค์ กล่าวว่าในเบื้องต้นฝ่ายนโยบายดำเนินการเสร็จแล้ว แต่จะอยู่ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลหรือไม่นั้น ยังต้องหารือรายละเอียดอีกหลายฝ่าย โดยเฉพาะคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) จากนั้นจะเสนอเข้าที่ประชุมครม .พิจารณาต่อไป
"มาตรการนี้เริ่มใช้ทัน 1 ต.ค.นี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายจะตัดสินใจ และมีเงินงบประมาณเหลือเท่าไร เพราะรัฐบาลต้องดูแลรายได้ของคนหลายกลุ่ม"
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลมุ่งสร้างการจ้างงานเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน และต้องการลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมระหว่างคนรวยกับคนจน ล่าสุด รมว.สั่งให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จัดทำร่างกฎหมายNegative Income Tax :NIT หรือเงินโอนภาษีคนจน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ NIT ให้เหมาะสมสำหรับประเทศไทย ให้เริ่มดำเนินการได้ภายในปี2558
สั่งหน่วยราชการเร่งใช้งบค้างท่อเกือบ10ปี
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่ากรมบัญชีกลาง เชิญผู้บริหารส่วนราชการต่างๆ ทั้งจากส่วนกลาง ได้แก่ กรุงเทพฯเมืองพัทยา กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และ 7 กระทรวง ที่ได้รับวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปเข้าร่วมประชุม เพื่อเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ช่วงที่เหลือ และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย
ตลอดจน ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน รวมทั้งร่วมพิจารณาแนวทาง ที่จะดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งได้รับรายงานให้ทราบว่า ได้เร่งดำเนินการเพื่อให้เบิกจ่ายให้ได้มากที่สุด
จากการติดตามผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ 2557 พบว่า ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณถึงปัจจุบัน ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายภาพรวมได้ 2.2 ล้านล้านบาท หรือ 85.79% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.43% เบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนได้ 2.65 แสนล้านบาท หรือ 61.69% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.05% และเบิกจ่ายรายจ่ายประจำได้ 1.9 ล้านล้านบาท หรือ 90.72%
ในส่วนของเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีพ.ศ.2548-2556 เบิกจ่ายแล้ว 2.07 ล้านล้านบาท หรือ 68.88% ของวงเงินที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี 3 แสนล้านบาท
"กรมบัญชีกลาง ยังได้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณในส่วนงบเหลื่อมปีที่ค้างท่อมาตั้งแต่ปี 2548-2556 ซึ่งยังเหลืองบอยู่ 9 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบที่ยังไม่มีการก่อหนี้ผูกพัน 3.9 หมื่นล้านบาท โดยต้องก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ หากไม่ดำเนินการ จะดึงงบส่วนนี้กลับทันที ขณะที่งบค้างท่อที่มีหนี้ผูกพันไว้แล้ว 5.4 หมื่นล้านบาท ในส่วนจะมีการเบิกจ่ายตามปกติ ซึ่งจะทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ" นายมนัสกล่าว
บัญชีกลางลดเวลาจัดซื้อเหลือ42วัน
นายมนัส กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางที่จะดำเนินการ ให้เป็นไปตามมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ กรมบัญชีกลางได้ออกมาตรการเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติตามระเบียบ E-Auction ปี พ.ศ.2549 โดยลดขั้นตอนในระหว่างที่มีการพิจารณาอุทธรณ์ให้หน่วยงานดำเนินการต่อไปได้ โดยไม่ต้องระงับการดำเนินงานได้ ซึ่งจะคงเหลือระยะเวลาดำเนินการ 42 วัน จาก 85 วัน คาดว่า จะทำให้หน่วยงานสามารถเบิกจ่ายได้รวดเร็วขึ้น
ทั้งนี้หน่วยงานที่มีผลการเบิกจ่ายต่ำสุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เบิกจ่ายได้ 3.96% โรงพยาบาลบ้านแพ้ว เบิกจ่ายได้ 14.35% สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีฯและการสื่อสารเบิกจ่ายได้ 15.13% กรมทรัพยากรน้ำเบิกจ่ายได้ 16.42%กรมพลศึกษาเบิกจ่ายได้ 19.74% สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เบิกจ่ายได้ 33.81% สำนักงานเลขาสภาผู้แทนราษฎร เบิกจ่ายได้ 34.84%กรมการท่องเที่ยวเบิกจ่ายได้ 35.08% และสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย เบิกจ่ายได้ 36.71%
เริ่มเร่งรัดก่อหนี้ภายใน25ธ.ค.
สำหรับการเบิกจ่ายปีงบ 2558 ได้เร่งรัดการก่อหนี้ให้ได้ภายในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ให้เร่งรัดการฝึกอบรม และเบิกจ่ายงบอบรมและประชุมสัมมนาในประเทศ ไม่น้อยกว่า 50% ของวงเงินงบประมาณภายในไตรมาสที่ 1ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี โดยเฉพาะในส่วนของรายจ่ายประจำที่ก่อหนี้ผูกพันแล้ว
ขณะเดียวกัน ให้หน่วยงานที่จะจัดพัสดุเตรียมการจัดซื้อจัดจ้างให้พร้อมไว้ก่อน เช่น การกำหนดรายละเอียด หรือ คุณลักษณะเฉพาะคุณสมบัติผู้เสนอราคา เงื่อนไขในการจัดซื้อจัดจ้าง รูปแบบและเนื้อหาของสัญญาที่จะลงนาม เป็นต้น เพื่อให้สามารถก่อหนี้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
"กรมบัญชีกลางได้แจ้งทุกส่วนราชการด้วยว่า เราจะดึงข้อมูลผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณของทุกส่วนราชการทุกๆสิ้นเดือน เพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรีทุกๆ สัปดาห์แรกของทุกเดือน" นายมนัส กล่าว





