วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ปัดเลิกรายการคืนความสุขฯแต่จะลดเวลา

“ประยุทธ์”ปัดยกเลิกรายการคืนความสุขฯ แต่จะปรับลดเวลา เร่งทำความเข้าใจ แบบ”ปากต่อปาก”

จี้กระทรวงแรงงาน เร่งทำความเข้าใจปชช. ลั่นรัฐบาลชุดนี้ แก้ไขปัญหาต้นเหตุ-ปลายเหตุ และลดความเหลื่อมล้ำ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการยกเลิกการจัดรายการคืนความสุขให้คนในชาติออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยทุกวันศุกร์ เวลา 20.15 น.ว่า ตอนนี้ยังออกอากาศเหมือนเดิม ยังไม่ได้ยกเลิก ไม่รู้เอาข่าวมาจากที่ใด ยังพูดอยู่ และยังเป็นรายการคืนความสุขให้คนในชาติเหมือนเดิม ขอย้ำว่ายังไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบใดๆทั้งสิ้น ส่วนจะใช้เวลาวันหยุดในการทำความเข้าใจกับประชาชนหรือไม่นั้น ก็ยังดูอยู่

เนื่องจากเป็นการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล แต่ตอนนี้ยังเป็นกรอบของ คสช.ในการทำความเข้าใจกับประชาชน ดังนั้นขอรบกวนเวลาเล็กน้อย แต่ก็จะพยายามปรับลดเวลาลง เนื่องจากปัญหามีมาก ซึ่งการสร้างความเข้าใจเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะรัฐบาล หรือ คสช. จะต้องชี้แจง เพราะอยากให้โปร่งใส ให้ทุกคนรับทราบว่ารัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไร ไม่ได้มุ่งหวังที่จะกดดันใครทั้งสิ้น ทั้งนี้ในพื้นที่ต่างๆ ตนได้สั่งการให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)ทุกภาคไปเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนตามพื้นที่ต่างๆ แล้ว เนื่องจากเป็นกำลังสำคัญของชาติที่จะต้องพัฒนาทรัพยากรบุคคล ทุกคน และทุกระดับให้ได้

“เราจะต้องสร้างความรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมทั้งให้กระทรวงต่าง ๆ ไปเร่งทำความเข้าใจด้วย โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน เพื่อให้ประชาชนได้รู้ปัญหาบ้านเมืองเป็นอย่างไร เพราะบางคนทำมาหากินอย่างเดียว โดยไม่ฟังข่าวสาร จึงไม่รู่ว่าจะทำตัวอย่างไร พัฒนาตัวอย่างไร จนบางครั้งมองว่าทำไมรัฐบาลไม่แก้ไขปัญหา ซึ่งการที่ให้กระทรวงแรงงานเข้าไปชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มแรงงานก็มี วัตถุประสงค์ดูแลพี่น้องประชาชน แต่ย้ำว่าไม่ได้มีลักษณะเป็นการบังคับ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในระยะแรกต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนผ่าน ขอให้ทุกคนเข้าใจด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเข้าถึงประชาชนชน ต้องเรียกว่ามีลักษณะแบบปากต่อปาก ซึ่งทุกคนที่เข้าใจรัฐบาลก็จะต้องพูดกันต่อไปว่าเราตั้งใจ อย่างไรในการแก้ปัญหา เพราะบางปัญหาฝังรากลึกมายาวนาน ดังนั้นการพัฒนาคน บุคลากรถือเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่ผ่านมาเราแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่เมื่อเรากลับมาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ปัญหามันจึงเยอะ ทว่าจะดีในระยะยาวที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบ แต่ถ้าเราแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แล้วประชาชนเข้าใจว่าถูกต้อง ตนคิดว่าไม่ใช่ บางครั้งจะใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ก็จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ก็จริง แต่เป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น แล้วก็มีปัญหาขึ้นมาอีก และถ้าวันข้างหน้าเกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้วจะไปเอางบประมาณที่ไหนมาดูแลตรงนี้ ดังนั้นเราก็ต้องย้อนกลับมาที่ปัญหาเดิม ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีคนอยากทำ แต่พวกเราก็จะทำ

“ในระหว่างต้นถึง ปลายเหตุ เราก็จะแก้ที่ต้นเหตุด้วย และระหว่างนี้เราก็จะดูปัญหาที่กลางเหตุ ทั้งเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ พ่อค้าคนกลาง การขนส่ง รวมถึงราคาสินค้า ส่วนปลายเหตุถ้าพบความเดือดร้อนตรงไหน ก็จะมีมาตรการเร่งด่วน และเฉพาะหน้า ส่วนในระยะยาวจะเกิดขึ้นทั้งระบบ แต่ถ้าเดือดร้อนเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ที่เราคิดไม่ใช่ประชานิยม และเราจะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นคงยั่งยืน

และจะต้องมีส่วนร่วมอย่างไร ซึ่งถ้าไม่เข้าใจก็จะทำให้เกิดความเดือดร้อน งบประมาณรัฐก็ไม่พบ เพราะภาษีต่าง ๆ ที่เก็บไม่ครบ และไม่ได้เกิดจากความบกพร่อง เพียงแต่เศรษฐกิจไม่ดี แต่ไม่ใช่เป็นที่ประเทศไทยที่เดียว ทั่วโลกก็เป็น ดังนั้นเราก็ต้องปรับตัวให้ทัน และบริหารราชการไปอย่างนั้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวและว่า ตนขอร้องสื่อให้ช่วยกัน อย่าเอาเรื่องเดิมมาเกี่ยวข้องกับเรื่องใหม่ ซึ่งวันนี้เราทำแบบใหม่ด้วยการแก้ปัญหาทั้งองค์กร ทั้งระบบ และเชื่อมโยงทุกมิติ ฉะนั้นก็มีความยุ่งยาก สับสน ไม่เข้าใจ ดังนั้นต้องมีทั้งได้ทั้งเสีย แต่คนที่เสียคือคนที่รายได้น้อย เพราะขณะนี้ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อย ตามภาวะของปรากฏการณ์โลก ขอให้ทุกคนช่วยชาติ โดยเฉพาะพ่อค้าคนกลาง พ่อค้าขายส่ง ขอให้ช่วยลดราคา ลดกำไรลงบ้าง แต่ตนคงบังคับใครไม่ได้ ทั้งนี้ขอให้เข้าใจนโยบายของรัฐบาลขณะนี้