"ถาวร" กปปส. ฝาก สนช. ดูแลการเก็บ-ใช้ เงินเซส จากชาวสวนยาง เผยมีการส่งยางไปขายแต่มีพวกหลบภาษีมากถึง50%
พร้อมขอเพิ่มตัวแทนเกษตรกรใน “กก.ยางฯ” จาก 4 เป็น7-8 คน
นายถาวร เสนเนียม กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) กล่าวว่า วันนี้ตนได้เชิญ นายธนพล ทองหวาน ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเสนอแนะการแก้ไขปัญหาราคายางที่ตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังจะยุบรวมกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และองค์กรสวนยาง เป็นองค์กรเดียว คือ “ องค์กรยางแห่งประเทศไทย” เมื่อเป็นเช่นนี้ องค์กรที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร จึงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
นายถาวร กล่าวว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเก็บเงินเซสจากเกษตรกร (เงินที่เก็บจากการส่งยางพาราไปขายต่างประเทศตั้งแต่กิโลกรัมละ 1 บาทเศษจนถึง 5 บาท แล้วแต่ราคายางต่ำหรือสูง ซึ่งเป็นเงินที่เก็บจากเกษตรกรโดยตรง) จะมีการเปลี่ยนแปลงอัตราการเก็บหรือไม่ และขณะนี้การจัดเก็บเงินเซส เราเก็บได้ 40 % ของจำนวนเงินที่ควรจะเก็บได้ เพราะเมื่อพ่อค้ารับซื้อยางจากเกษตรกรแล้ว ได้บวกภาษีเงินเซส ไปเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ มีการหลบหนีภาษีถึงประมาณ 50 % โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลบหนีการเสียภาษีการส่งน้ำยางและเศษยาง หรือขี้ยาง ด่านที่มีการหลบหนีมากที่สุดคือด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์
นายถาวร กล่าวว่า ดังนั้นเพื่อให้เงินที่เกษตรกรถูกหักในขณะที่พ่อค้ารับซื้อและจะจ่ายที่ ณ ด่านส่งออกก็ได้มอบหมายให้ นายธนพล ได้นำวิธีแก้ไขปัญหา เช่น ให้ตัวแทนของกลุ่มเกษตรกรจากการยางแห่งประเทศไทย เป็น คณะกรรมการร่วมในการตรวจสอบการเสียภาษี นอกจากนั้นจะได้เป็นปากเป็นเสียงแทนเกษตรกร เจรจากับรมว.คลัง ซึ่งกำกับดูแลกรมศุลกากร ให้เข้มงวดกวดขัน ในการจัดเก็บภาษี เพราะเท่าที่ทราบ ข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกับพ่อค้า โดยการปล่อยให้พ่อค้าหลบหนีภาษีในการส่งยางพาราไปขายต่างประเทศ ซึ่งทำให้เกษตรกรผู้เสียภาษีได้รับประโยชน์ จากเงินที่ตนเองจ่ายภาษีน้อยลง
นายถาวร กล่าวว่า ไม่ว่าจะนำเงินนั้นมาดำเนินการ ขอทุนสงเคราะห์การปลูกยางใหม่ หรือ ใช้เงินจำนวนนั้นไปวิจัยเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ชาวสวนยาง และในพ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้เงินเซสที่เก็บได้ 100% แบ่งไปให้ศูนย์วิจัยการยาง 5% แบ่งให้สำนักงานสงเคราะห์การทำสวนยาง 10 % คืนให้เกษตรเพื่อขอทุนปลูกใหม่ 65 % และเป็นเรื่องใหม่ ที่แบ่งให้พ่อค้าหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับยาง 20 % ซึ่งเป็นเรื่องใหม่
“ดังนั้น การเอาเงินเกษตรกรไปใช้ของหน่วยงานอื่น จำนวน 35 % “ “คณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย” ขององค์กรใหม่ จะต้องควบคุมการใช้อย่างระมัดระวัง และใช้ให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรตัวจริง นอกจากนั้นคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย ตามกฎหมายฉบับใหม่มีตัวแทนจากชาวสวนยางเพียง 4 คน จาก 15 คน จึงขอฝากให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและรัฐบาลนี้ร่วมกับตัวแทนชาวสวนยางขอเพิ่มสัดส่วนจาก 4 คนเป็น 7 หรือ 8 คน ทั้งนี้เพื่อให้ตัวแทนของชาวสวนยางได้เป็นปากเป็นเสียงแก่พี่น้องชาวเกษตรสวนยางได้โดยตรง” นายถาวร กล่าว





