งานเสวนา ปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนในอนาคต ภาคประชาชนหนุนใช้พลังงานทดแทน คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน
งานเสวนา “ปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนในอนาคต” ในช่วงบ่าย ที่ประสานงานและดำเนินการควบคุมการเสวนา โดยหลวงปู่พุทธะอิสระ ภาคประชาชนสนับสนุนให้ประเทศไทยใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่วนการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ทางเครือข่ายฯ เสนอให้เป็นรูปแบบการแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) และมีข้อเสนอเรื่องการทบทวนเงินกองทุนน้ำมันและกองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน เพราะระบุว่าใช้เงินไม่เหมาะสม และมีการอุดหนุนราคาพลังงานไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งขอให้เก็บเงินกองทุนน้ำมันจากแอลพีจีในส่วนของปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทางเครือข่ายฯ นำโดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล นายวีระ สมความคิด ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา ได้ออกมาแถลงข่าว โดยไม่พอใจหลวงปู่พุทธะอิสระ ที่ควบคุมการเสวนา จำกัด การอธิบายความของภาคเครือข่ายฯ เข้าข้างกลุ่ม ปตท. ซึ่งทางกลุ่มจะดำเนินการเคลื่อนไหวคัดค้านต่อไป และจะนำแนวคิดเสนอต่อสภาปฏิรูปประชาชน (สปช.) ที่กลุ่มนี้ได้สมัคร สปช.ด้วย
นายคุรุจิต นาครทรรพ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า การเสนอสัมปทานรอบที่ 21 ขณะนี้กำลังเสนอข้อมูลแก่นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่าหากจะเปิดสัมปทานจะทบทวนหลักเกณฑ์ให้ผู้ได้รับสัมปทานจะต้องเปิดให้บริษัทคนไทยร่วมทุนมากขึ้น และกำหนดให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่รัฐในรูปแบบต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งกรณีจะใช้สัมปทานหรือพีเอสซีนั้น หากต้องการกำหนดให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน แต่จะกำหนดมากน้อยแค่ไหนต้องดูจากศักยภาพปิโตรเลียมน่าสนใจหรือไม่ ซึ่งหากย้อนกลับไปดูสัมปทานรอบ 20 เปิดสัมปทาน 28 แปลง ไม่พบและคืนสัมปทาน 18 แปลง ขณะที่อีก 10 แปลง พบสำรอง 0.05 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ขณะที่ไทยใช้ 1.7 ล้านล้านลูกบาศก์ต่อปี หากไม่เปิดสัมปทานเพิ่มเติมหรือพิจารณาเรื่องสัญญาปิโตรเลียมของเชฟรอน บงกชที่จะหมดอายุลง หรือไม่ใช่ถ่านหินเลย ไทยจะต้องพึ่งพานำเข้าแอลเอ็นจีทั้งหมด ค่าไฟฟ้าจะสูงกว่า 6 บาทต่อหน่วย
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า ปตท.สผ.ลงทุนในต่างประเทศมีทั้งพีเอสซี และสัมปทาน ซึ่งแต่ละประเทศจะกำหนดจากศักยภาพปิโตรเลียม โดยเวเนซุเอลาที่มีสำรองสูงสุดของโลกมีประมาณ 300,000 ล้านบาร์เรลใช้ระบบสัมปทานกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนแก่รัฐร้อยละ 90 ส่วนนิการากัวที่มีสำรองในเกณฑ์ต่ำสุดของโลกใช้พีเอสซีกำหนดผลตอบแทนแก่รัฐร้อยละ 40 เท่านั้น ส่วนของไทยมีสำรองระดับกลางของโลก ระดับที่ 48 สำรอง 400 ล้านบาร์เรล ใช้ระบบสัมปทานกำหนดผลตอบแทนแก่รัฐร้อยละ 50-60 ส่วนมาเลเซียมีสำรอง 3,700 ล้านบาร์เรล อันดับที่ 29 ของโลก
"จะเห็นว่าสำรองมาเลเซียสูงกว่าไทยจำนวนมาก จึงมีเงินอุดหนุนพลังงานค่อนข้างสูง และใช้ระบบพีเอสซี จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ โดยไทยหากไม่ลงทุนสัมปทานใหม่สำรองจะลดลงไปเรื่อย ๆ ต้องนำเข้าสูงขึ้นจากปัจจุบันนำเข้ากว่า 1 ล้านล้านบาท/ปี เกิดผลกระทบต่อประชาชน โดยปัจจุบันไทยมีสำรองที่พิสูจน์แล้วในส่วนของน้ำมันเหลือเพียง 3 ปี มาเลเซียเหลือ 16 ปี และสำรองก๊าซของไทยเหลือ 7 ปีเท่านั้น" นายเทวินทร์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในงานเสวนาครั้งนี้มีการโห่ของผู้เข้าร่วมงานเป็นระยะ ๆ มีการตอบโต้ของผู้ร่วมเสวนาทั้ง 2 ฝ่าย และนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานบอร์ด ปตท. มีการระบุว่าข้อมูลบางด้านควรใช้ข้อมูลที่แท้จริง หากไม่ถูกต้องควรฟ้องศาลไม่ควร "เห่าหอน" ทำให้เกิดความไม่พอใจจนต้องถอนคำพูด





