วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภาคสังคมจี้เลิกอัยการศึก เอื้อชุมชนแก้ปมเหมืองแร่

ภาคสังคมจี้เลิกอัยการศึก เอื้อชุมชนแก้ปมเหมืองแร่ หวั่นรวบรัดออก ก.ม.จัดสรรทรัพยากรสร้างปัญหาใหม่ให้ชุมชน

วานนี้ (23 ก.ย.) คณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนพัฒนาชนบท (กป.อพช.) ร่วมกับมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม จัดเสวนาทิศทางปฏิรูปประเทศไทย หัวข้อ "กฎอัยการศึกกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : กรณีเหมืองแร่ประเทศไทย"

นางสาวสุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากประเด็นปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีเหมืองแร่ที่ผ่านมาถูกผูกขาดโดยอำนาจรัฐ ทั้งนโยบายการจัดการทรัพยากรแร่ กระบวนการตัดสินใจในการอนุมัติอนุญาตอาชญาบัตร และประทานบัตร นำมาสู่ปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชนและประชาชนในพื้นที่

นางสาวสุภาภรณ์ กล่าวว่า แม้รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ถูกยกเลิกไปแต่หลักการสิทธิชุมชนก็ยังคงได้รับการรับรองตาม มาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนและชุมชนใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการต่อรองอำนาจรัฐเพื่อนำไปสู่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง เรียกร้องจากฝ่ายรัฐ และเอกชน โดยมีการตั้งคณะกรรมการทั้งระดับจังหวัด และระดับประเทศเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงของปัญหาที่เกิดขึ้น

แต่เมื่อมีกฎอัยการศึกก็กลายเป็นล้มกระบวนการตั้งแต่ต้น และเดินหน้าการอนุมัติ อนุญาต ไม่คำนึงถึงข้อตกลง หรือกระบวนการต่างๆ รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน

อีกทั้งในขณะนี้ มีการพยายามเสนอกฎหมายหลายฉบับรวมถึงกฎหมายแร่ และ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ จากหน่วยงานรัฐ เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยไม่มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง

ดังนั้นการพิจารณาออกกฎหมายอย่างรวบรัดจะนำไปสู่การสร้างปัญหาใหม่ในอนาคตต่อชุมชนและประชาชน ทั้งนี้ การพิจารณาออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนควรดำเนินการในช่วงที่มีรัฐธรรมนูญและระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึกเพื่อเปิดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนกลับคืนมา และต้องชะลอการพิจารณากฎหมายแร่และกฎหมายที่เกี่ยวกับการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิเสรีภาพของประชาชนใน สนช. เพื่อนำไปพิจารณาในรัฐสภาหลังจากมีการเลือกตั้งในอนาคต

นายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) กล่าวว่า กรณีเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานีนั้น ชาวบ้านไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ทั้งที่สิ่งที่เราเรียกร้องคือ ต้องการสร้างบรรยากาศการของกระบวนการการมีส่วนร่วม

ด้าน นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ตัวแทนกลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา กล่าวว่า ปัญหาเหมืองทองคำ จ.เลย ที่เป็นปัญหา หลังจากการประกาศกฎอัยการศึกก็มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงของปัญหามา 4 ชุด ซึ่งมีแต่ข้าราชการ ไม่ได้มีชาวบ้าน

จากนั้นชาวบ้านจึงทำหนังสือถึงทหาร เพื่อเรียกร้องว่าไม่ยอมรับคณะกรรมการทั้ง 4 ชุด จนถูกเรียกตัวและตั้งข้อกล่าวหาว่าการไม่ยอมรับอำนาจคณะกรรมการเท่ากับไม่ยอมรับอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วย จนกระทั่งได้มีการทำบันทึกข้อตกลงระหว่างทหาร ข้าราชการ บริษัท และชาวบ้าน แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมรับ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนที่จะดึงชาวบ้านไปร่วมทำบันทึกข้อตกลง