"ประยุทธ์"จัดประชุมร่วมคสช.และครม.7ต.ค.นี้ เพื่อติดตามงานที่ส่งมอบ เร่งทุกหน่วยทำแอคชั่นแพลน ทำรายงานคืบหน้า
พันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แจ้งในที่ประชุมครม.ว่า ในการประชุมครมม.ครั้งหน้าขอเลื่อนวันประชุมจากวันอังคารที่30ก.ย.ไปเป็นวันพุธที่1ก.ย. เนื่องจากวันที่30ก.ย.ติดภารกิจรับส่งหน้าที่ของผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ยังมีการกำหนดเป็นนโยบายว่าจะให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างครม.กับคสช. เดือนละหนึ่งครั้ง ซึ่งจะมีการประชุมร่วมกันครั้งแรกในวันที่ 7ต.ค. เวลา 09.00น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนที่มาของการประชุมร่วมกันนั้นจากการหารือร่วมกันในการประชุมครม.อย่างไม่เป็นทางการ ที่มีหัวหน้าฝ่ายต่างๆของคสช.มาสรุปการดำเนินงานให้ครม.ฟังว่ามีเรื่องอะไรที่คั่งค้าง โดยวันนั้นครม.ชุดใหม่และรองนายกฯที่กำกับดูแลงานด้านต่างๆก็รับงานและนี่ก็ผ่านการประชุมครม.มาแล้วสองครั้ง จึงจะมีการประชุมติดตามว่าหลังครม.รับงานมา ได้ปฏิบัติราชการมีความก้าวหน้าอย่างไร เพื่อคสช.จะได้ติดตามงานที่สัญญากับประชาชนนไว้ และจะได้ให้ข้อเสนอแนะกับครม.ด้วย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องเกี่ยวกับการจัดทำแผนปฏิบัติการหรือแอคชั่นแพลน ซึ่งวันนี้ท่านนายกฯก็ได้ติดตามและเน้นย้ำว่าทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องทำแอคชั่นแพลนสองอย่างคือ แอคชั่นแพลน ไม่ว่ารัฐวิสาหกิจ หน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานใดที่มีงบประมาณของรัฐอุดหนุนต้องทำให้แอคชั่นแพลนให้เห็นว่านโยบายข้อเล็กข้อใหญ่ใครต้องทำอะไรบาง และสองแต่ละหน่วยงานต้องทำรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นรายสัปดาห์ โดยมอบหมมายให้สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ติดตามรายงานจากทุกหน่วยงานว่ามีผลสัมฤทธิ์อย่างไร
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในการดำเนินโครงการเล็กๆต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายภายใน3เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้มีการจ้างงานสร้างรายได้ในพื้นที่ เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปตามทิศทางที่วางไว้อย่างเป็นรูปธรรม





