นักวิชาการ มธ.-นิด้า แนะให้จัดกลุ่มลับเพื่อระดมความเห็นเสนอแนวทางปฏิรูป หลังถูกคสช.เพ่งเล็ง
มองเสรีภาพวิชาการสำคัญต่อการพัฒนา-ปฏิรูปประเทศ
นายบุญสม อัครธรรมกุล ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฐานะฝ่ายเลขานุการคณะทำงานการปฏิรูปด้านการเมือง ตามมติของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า การประชุมของคณะทำงานฯรอบที่ 2 ได้กำหนดไว้ในวันที่ 26 ก.ย.โดยไม่ต้องขออนุญาตจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากการประชุมดังกล่าวเป็นสิ่งที่คสช.ได้ขอให้ทปอ.พิจารณาและเสนอแนะแนวทางปฏิรูปด้านต่าง ๆ ส่วนกรณีที่วงเสวนาวิชาการที่จัดโดยคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ถูกฝ่ายความมั่นคงขอให้ยกเลิกและพบการควบคุมตัวผู้จัดการเสวนาและนักศึกษาไปปรับความเข้าใจนั้นถือว่าไม่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประชุมของนักวิชาการตามมติของทปอ.แต่อย่างใด
นายบุญสม กล่าวถึงการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความเห็นของนักวิชาการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ถูกวิจารณ์ว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อการเสนอแนวทางปฏิรูปประเทศในอนาคต ว่า การเสนอความเห็นต่อแนวทางการปฏิรูปนั้นสามารถทำได้โดยการระดมความเห็นกลุ่มเล็ก จากนั้นก็นำเสนอข้อเสนอที่ได้ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป อย่างไรก็ตามการจัดกลุ่มเพื่อระดมความเห็นต้องไม่ใช่การจัดเวทีที่คสช.เพ่งเล็งหรือให้คำนิยามไว้ว่าเป็นลักษณะของการโฆษณาชวนเชื่อ ทั้งนี้การจัดเสวนาของคณาจารย์ภายในสถาบันยังถือว่าทำได้ภายใต้เสรีภาพของบุคคล
นายวรัชญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงการจัดงานแถลงผลการศึกษาด้านเศรษฐกิจตามนิด้าโมเดล ปฏิรูปประเทศไทย วันที่ 25 ก.ย. นี้ยังคงจัดเป็นปกติและไม่ต้องขออนุญาตจากคสช.แต่อย่างใด เพราะเวทีของนิด้าถือเป็นเวทีที่ให้ข้อเสนอแนะแนวทางปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่เวทีเพื่อวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ส่วนกรณีที่คสช.ได้ระงับการจัดเวทีเสวนาของนักวิชาการ พร้อมกำหนดให้ขออนุญาตก่อนจัดงานนั้นเข้าใจว่าเป็นไปภายใต้การประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 แต่หากเป็นภายใต้สถานการณ์ปกติเสรีภาพทางวิชาการต้องยึดเป็นสิ่งสำคัญเพราะถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาและปฏิรูปประเทศ





