"ประยุทธ์"จัดระเบียบวาระประชุมครม. สั่งสลค.ทำแบบฟอร์มใหม่ก่อนเสนอเรื่องเน้นเพิ่มรายงานวิเคราะห์-ผลกระทบ-ที่มา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่หน้าเว็บไซต์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) www.cabinet.thaigov.go.th ได้เผยแพร่หนังสือด่วนที่สุด เลขที่ นร ๐๕๐๖/ว (ล) ๑๖๗๑๒ ลงวันที่ 12 ก.ย. ลงนามโดยนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ของสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่งถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงและกรมต่างๆ ในเรื่อง "การกําหนดขั้นตอนการเสนอเรื่องต่อครม." พร้อมกับแนบ 1.แบบหนังสือส่วนราชการเสนอเรื่องต่อครม. และ 2.แบบหนังสือรองนายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้เสนอครม. ซึ่งเนื้อหาในหนังสือหนังสือดังกล่าวระบุว่า "ด้วยนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้การประชุมครม.และการเสนอเรื่องต่อครม.ของส่วนราชการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยให้ส่วนราชการเสนอเรื่องให้รองนายกรัฐมนตรีที่กํากับการบริหารราชการ ได้พิจารณาเรื่องที่จะเสนอต่อครม.ในเบื้องต้น เพื่อให้มีการบูรณาการการทํางานของส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ก่อนเสนอต่อครม."
ทั้งนี้จากการตรวจสอบเนื้อหาพบว่าเป็นแบบฟอร์มใหม่ที่หน่วยงานจะต้องใช้ในการนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมครม. โดยมีรายละเอียดที่กำหนดขึ้นใหม่ คือ รายงานการวิเคราะห์หรือศึกษาตามกฎหมาย ที่ต้องศึกษาวิเคราะห์ในเรื่องนี้ก่อนดำเนินการให้สรุปผลการศึกษาและเสนอรายงานการศึกษามาด้วย , ผลกระทบ ซึ่งต้องระบุผลกระทบของเรื่องที่มีต่อสภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองหรือด้านอื่นๆ , ค่าใช้จ่ายและแหล่งที่มา ให้ระบุจำนวนเงินและแหล่งที่มาของเงิน ให้ระบุหมวดของงบประมาณที่เสนอขอมาให้ชัดเจน
สำหรับรายละเอียดส่วนอื่นๆ จะเหมือนแบบฟอร์มเดิม เช่น เหตุผลความจำเป็นที่ต้องเสนอ , ความเร่งด่วนของเรื่อง, สาระสำคัญ ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ,ความเห็นหรือความเห็นชอบ/อนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ข้อกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และข้อเสนอของส่วนราชการเจ้าของเรื่อง สำหรับกรณีการขอให้มีการทบทวนมติต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะขอยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมมติจากเดิมเป็นอย่างไร
แหล่งข่าวจากสลค.เปิดเผยว่า แบบฟอร์มดังกล่าวเป็นแบบฟอร์มใหม่ ที่เป็นการสั่งการจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ต้องการเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้เกิดความรัดกุม และโปร่งใสตรวจสอบได้ในมติครม. โดยส่วนที่เพิ่มคือ ส่วนของ "รายงานการวิเคราะห์หรือศึกษาตามกฎหมาย" "ผลกระทบ" และ"ค่าใช้จ่ายและแหล่งที่มา" เพราะที่ผ่านมาเวลาครม.มีมติในโครงการใหญ่มักจะมีช่องโหว่ใน3ส่วนนี้ จึงต้องการเพิ่มให้หน่วยงานให้ความสำคัญในการแนบรายงานการวิเคราะห์ การศึกษาผลกระทบในมิติต่างๆและเปิดเผยด้วยว่าใช้งบฯ





