วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช.รื้อคณะทำงาน สางปัญหาเสามือถือ

'ประวิทย์' พร้อมชง กสทช. ตั้งคณะทำงานประสานร่วมเอกชน-ผู้ประกอบการมือถือ สางปัญหาเสามือถือ

หวังแก้ปัญหาร้องเรียนเสาสัญญาณมือถือเป็นอันตรายต่อชุมชน เปิดผลวิจัยล่าสุด สจล. ยันคลื่นสัญญาณที่ปล่อยออกอยู่ในเกณฑ์ควบคุมไม่เป็นอันตรายแก่สุขภาพ

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวภายหลังงานเสวนาปัญหาและทางออกกรณีผลกระทบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือว่า กสทช. ได้ว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) 15 ล้านบาท เพื่อเป็นตัวกลางวิจัยและสำรวจผลกระทบที่เกิดต่อสุขภาพจากการตั้งเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือ

จากผลสำรวจเก็บตัวอย่างและวิจัย 6 เดือน มีข้อสรุปแล้วว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใดต่อสุขภาพของผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนใกล้เคียงกับเสาส่ง

ทั้งนี้ การเสวนามีตัวแทนผู้บริโภค นักวิชาการอิสระ และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแม้จะมีรายงานผลวิจัยเสาส่งไม่เป็นอันตราย แต่นายสุเมธ วงศ์พานิชเลิศ นักวิชาการอิสระเห็นค้านว่า แม้ผลวิจัยจะออกมาในลักษณะดังกล่าว แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ว่า คลื่นแม่เหล็กที่ กสทช. ออกมาอ้างว่าแผ่สัญญาณออกมาต่ำกว่า 500 เท่านั้น จะมีมาตรฐานเท่ากันทุกสถานีฐาน ดังนั้น กสทช.จึงควรตรวจสอบคู่ขนานอีกครั้งด้วย

"ก็ยังมีความไม่เข้าใจและเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่บ้างในบางประเด็น ซึ่งตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมามีคดีร้องเรียนว่าเสาส่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพทำให้เจ็บป่วยราว 10 เรื่องต่อปี และเชื่อว่าจากปี 2558 เป็นต้นไปเรื่องร้องเรียนน่าจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเทียบจากปริมาณสถานีฐานที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมีสถานีฐาน 2จีจำนวน 30,000 แห่ง เสา 3จีจำนวน 20,000 แห่ง"

เขา ระบุว่า จากปัญหาความไม่เข้าใจดังกล่าว จึงจะหารือร่วมกับ กสทช. เพื่อรื้อโครงสร้างคณะทำงานประสานงานใหม่ เพราะคณะทำงานชุดดังกล่าวตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2549 สมัยเป็นคณะกรรมกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เมื่อเปลี่ยนมาเป็น กสทช. แล้วยังไม่มีปรับปรุงการทำงาน โดยจะตั้งคณะทำงานใหม่ที่มีตัวแทนจาก กสทช. ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน และให้เกณฑ์การตั้งเสาส่งสัญญาณเป็นไปรูปแบบเดียวกัน

"เราคงต้องแอ็คชั่น แพลนต่อจากนี้คือสร้างความเข้าใจร่วมกัน 3 ฝ่ายเลย ปัจจุบันข่าวที่สื่อออกไปโดยเฉพาะในโซเชี่ยล เน็ตเวิร์คถูกบิดเบือนไปเยอะเกี่ยวกับประเด็นนี้ ดังนั้นคณะทำงานฯชุดใหม่นี้จะเข้าไปสื่อสารกับคนในชุมชน ดึงผู้บริโภคเป็นส่วนร่วม อีกทั้ง ยังจะกำหนดรูปแบบของเสาส่งที่ได้มาตรฐานร่วมกัน เช่น มีป้ายบอกชัดเจนว่าเสาแต่ละต้นมีกำลังส่งเท่าไร มีป้ายรับรองการอนุญาตติดตั้งจาก กสทช. ที่ชัดเจน"

ตัวแทน บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ยืนยันว่า บริษัทให้ความสำคัญเรื่องการติดตั้งโครงข่ายการให้บริการ 3 จี คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ โดยควบคุมดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมาตรฐานความปลอดภัยที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดไว้ จึงไม่มีปัญหาเรื่องสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากสถานีฐานจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

ดังนั้น ขอให้ผู้ที่อาศัยในชุมชน หรือพื้นที่รอบเสาสัญญาณของเอไอเอสหมดความกังวลได้ เพราะผู้เชี่ยวชาญจาก กสทช. ยืนยันว่าคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มีค่าต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ กสทช. กำหนด 1,000 เท่า ซึ่งเอไอเอสสร้างความรู้ความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่โดยรอบสถานีฐานมากกว่า 8,000 ชุมชนทั่วประเทศแล้ว