"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ มอบรางวัลผู้ประกอบการธุรกิจดีเด่น แนะใช้ภูมิปัญญาไทย แก้ปัญหาบ้านเมือง และเศรษฐกิจ
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช.เป็นประธานพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจดีเด่น ประจำปี 2557 (Prime Minister’s Business Enterprise Award) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแห่งความสุขของตนอีกครั้ง ได้ร่วมงานภาคเอกชน ครั้งแรกด้วยการมอบรางวัลที่เป็นความภูมิใจของทุกคนในประเทศ การได้รับรางวัลวันนี้เป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ ขอแสดงความยินดี ชื่นชมผู้ประกอบการเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่ง คิดว่าจะมีการพัฒนามากขึ้นตามลำดับ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าจากการร่วมมือนี้จะเป็นกำลังสำคัญการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของชาติ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนพยายามใช้โอกาสที่พูดได้ เพราะไม่รู้มีโอกาสอีกนานแค่ไหน ขอให้ช่วยกัน ซึ่งสิ่งที่เห็นคืออนาคตของไทย ถือว่ามีอนาคตพอสมควร โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่จะยกระดับในทุกด้าน เพราะเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ที่จะต้องเป็นทั้งหุ้นส่วนและคู่แข่งขัน ดังนั้นการพัฒนาเป็นสิ่งที่ดีของประเทศ ทำให้คนรุ่นเก่าก็ต้องพัฒนาตัวเองขึ้นมา นอกจากการแข่งขันที่มีมากขึ้น ยังมีพันธะสัญญามีการเปลี่ยนแปลงไป ถ้าไม่ปรับตัวตามเศรษฐกิจโลกก็มีปัญหาแน่
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า บริษัทต่างๆ ต้องใช้ปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียง มีเหตุผล พอเพียง พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันดี ภายใต้ความรู้ และธรรมาภิบาล มีสินค้าบริการที่มีคุณภาพไม่หลอกลวง ทั้งนี้ขอฝากให้ผู้ประกอบการว่า ทำอย่างไรให้คนมีรายได้น้อยในประเทศได้มีโอกาสใช้สินค้าเช่นเดียวกับสินค้าส่งออก มีคุณภาพเท่าเทียมกัน แต่อาจมีราคาต่ำลง ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงต้นทุนเป็นหลัก ทำอย่างไรให้ราคาสินค้าใกล้เคียงกับต่างประเทศ แต่คุณภาพดีกว่า มีน่าสนใจกว่าและต้นทุนต่ำกว่า สิ่งเหล่านี้จึงเป็นทั้งวิกฤตและโอกาส และเป็นความท้าทายของประเทศในทุกด้าน อยากมีแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใช้วัตถุดิบของไทย สินค้าเกษตรที่มีปัญหาอยู่ เช่น ข้าว ที่ขายยากขึ้นเพราะมีการปลูกข้าวหลายประเทศ ราคาก็ต่ำลง และค่าแรงของไทยก็สูง จึงต้องดูว่าจะเพิ่มมูลค่าได้อย่างไร รวมถึงยางพารา ที่อาจจะแปรรูปเป็นเตียงนอนมีปุ่มนวดเพื่อส่งออก รวมทั้งผักตบชวา ขอให้มีการเพิ่มประเภทรางวัลให้ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเหล่านี้ให้ขายได้ราคาสูงขึ้น เกิดแรงดึงดูด เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ของไทย
"ลองทำรถไถ รุ่นแรกฉัตรชัย 1 หรือสุรศักดิ์ 2 อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบอย่างในอนาคตให้ลูกหลาน" นายกรัฐมนตรีหล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับสินค้าโอท็อปที่มีทุกจังหวัด แต่ขายไม่ได้ จึงต้องดูว่าสินค้าใดที่ดีจริงและส่งเสริมอย่างจริงจัง ไม่จำเป็นต้องแบ่งเป็นจังหวัด แต่เอามารวมกันและรัฐเป็นผู้ส่งเสริม เช่น กระเป๋า ที่สวยงาม ทุกอย่าง แต่เชย จึงน่าจะออกแบบให้ดีกว่า และสร้างเป็นแบรนด์ให้คนมาต่างชาติซื้อ ต้องคิดใหม่อย่าคิดตามอย่างต่างประเทศมากนัก คิดเป็นของไทยให้มากขึ้น และที่สำคัญอยากให้ใช้ภูมิปัญญาไทยในการแก้ปัญหาบ้านเมือง รวมทั้งเศรษฐกิจ เพราะมิตรประเทศไม่มีใครรังเกียจคนไทย มีแต่คนอยากอยู่ในประเทศไทย มีสถาบัน ศิลปะที่งดงาม อย่าเอาสิ่งที่บ้านเมืองมีปัญหากลับมา ต้องคำนึงถึงชาติให้เดินต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งต้องช่วยเหลือกันทั้งประเทศ ไม่ใช่รวยอยู่คนเดียวคนอื่นจนหมดต้องมีคุณธรรม จริยธรรม ตามค่านิยม 12 ประการ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ถ้าทุกคนเป็นคนดี ประเทศไทยดีแน่นอน รัฐมีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ให้ไปต่อได้ ทั้งเราต้องช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์สร้างเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ถึงเท่าไหร่แต่อยากสร้างรากฐานของประเทศไทย
“สุดท้ายนี้ขอให้เร่งสร้างนวัตกรรม ปรับปรุงคิดค้นผลิตสินค้าเป็นรูปธรรม ขอให้ผู้ประกอบการด้านต่างๆ ประสบความสำเร็จ ปีหน้าไม่อยากให้เห็นผักตบลอยในลำน้ำ ไม่อยากพูดว่าเป็นขยะ แต่อยากให้เอาวัสดุเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ให้ไปช่วยกันคิดมา และเมื่อมีสินค้าดีพอ แพคเกจก็เรื่องสำคัญ ทำให้สวยงาม เพิ่มมูลค่า ต้องอธิบายรายละเอียดผลิตภัณพ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ สร้างคุณค่า บางทีเขาอาจจะขอซื้อแต่กล่องก็ได้ แต่ทางที่ดีต้องให้ซื้อทั้งกล่องและของ" นายกรัฐมนตรีกล่าว





