เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"85การ์ดพันธมิตรฯ-นักรบศรีวิชัย"บุกเอ็นบีทีปี51เหตุจำเลยมาศาลไม่ครบ นัด17พย.
ศาลมีคำสั่งเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.4486/2551 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธเนศร์ คำชุม กับพวกรวม 85 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัย การ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นจำเลยที่ 1-85 ในความผิดฐาน สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ร่วมกันไม่มีเหตุอันสมควรเข้าไปหรือซ่อนตัวในเคหสถาน หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืน , ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210, 215, 309, 358, 364, 365 และ 371 พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 , พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2545 และ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2535 จากกรณีวันที่ 22-25 ส.ค.51 พวกจำเลยร่วมกันบุกรุกอาคารสำนักงานสถานี NBT โดยมีอาวุธจำนวนมาก
โดยวันนี้ มีจำเลยมาศาลทั้งสิ้น 73 ราย ขณะที่จำเลยที่ 7 , 10 , 11 , 20 , 28 , 51 , 83 - 85 พบว่ายังไม่ได้รับหมาย และนายวันชัย รักษายศ จำเลยที่ 78 ถูกคุมขังคดีอื่นอยู่ที่เรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงไม่ได้เดินทางมาศาล ขณะที่นายสุรสิทธิ์ แย้มประชา จำเลยที่ 36 และ นายอำไพ สิริชยานนท์ จำเลยที่ 73 วันนี้ไม่มาศาล โดยขาดการติดต่อ
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การอ่านคำพิพากษา ศาลจะต้องอ่านต่อหน้าจำเลยทุกคน แต่จำเลยบางส่วนไม่มาศาล จึงให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อีกครั้ง ในวันที่ 17 พ.ย.นี้ เวลา 09.30 น. โดยให้ออกหมายจับนายสุรสิทธิ์ จำเลยที่ 36 และนายอำไพ เลยที่ 73 เพื่อมาฟังคำพิพากษาในนัดหน้าด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ในข้อหาพกพาอาวุธปืนติดตัวไปโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยที่ 39 ให้การรับสารภาพ เฉพาะข้อหามีใบกระท่อมไว้ในครอบครองแต่ภายหลังกลับให้การปฏิเสธ ส่วนข้อหาอื่นจำเลยที่ 1-85 ให้การปฏิเสธ
ขณะที่ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.53 ให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี 18 เดือน ( คิดเป็น 2 ปี 6 เดือน) , จำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปี 6 เดือนและสั่งปรับ 500 บาท ส่วนจำเลยที่ 3-29 , 31-38 ,40,41,43-46 ,48-79 , 82 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน , จำเลยที่ 24 จำคุก 1 ปี 12 เดือน ( คิดเป็น 2 ปี ) และจำเลยที่ 39 , 80 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือนและปรับ 500 บาท ขณะที่จำเลยที่ 30 , 47 , 81 จำคุกคนละ 12 เดือน ( คิดเป็น 1 ปี) ส่วนจำเลยที่ 83-85 จำคุกคนละ 9 เดือน
ขณะระหว่างกระทำผิดจำเลยที่ 30 ,47 ,81 อายุยังไม่เกิน 20 ปี และจำเลยที่ 83-85 ยังเป็นเยาวชน และไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลจึงเห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษจำเลย 30 ,47,81,83,85 มีกำหนด 2 ปี และให้จำเลยรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในกำหนดเวลา 1 ปี





