เบื้องลึก!พลิกโผมหาดไทย

เบื้องลึก!พลิกโผมหาดไทย

เปิดเบื้องลึกพลิกโผมหาดไทย ใครได้ดีและส้มหล่นที่'อธิบดีกรมที่ดิน'

ยุคของการเปลี่ยนแปลงกับปฏิรูปของจริง กับกระแสการโยกย้ายไม่รู้จบของกระทรวงมหาดไทย สลับเข้า-ออก ตลอดรายชื่อหลายหลากตำแหน่งในตัวคนคนเดียวในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ย่อมสร้างความฉงนงงงวยให้บุคคลภายนอกไม่ใช่น้อย

ถ้าพูดว่า ช่วงไม่ถึงปีมากว่า 4 รอบ หากเป็นเวลายามปกติแล้วจะมีเพียงฤดูกาลย้ายเล็กๆ ช่วงเดือนเมษา แล้วโยกย้ายใหญ่ในช่วงเดือนตุลาคม เหตุเพราะว่า ข้าราชการโบกมือลากับช่วงของการใช้ชีวิตรับราชการที่เรียกว่า "เกษียณ" ในช่วงตั้งแต่การยึดอำนาจ “คสช.” มีการแต่งตั้งโยกย้ายกระทรวงต่างๆ นับไม่ถ้วน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 กันยายน คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ยุคเก่าย้อนอดีตเรียกว่า ข้าราชการระดับ 10 หรือซี 10 แต่ปัจจุบันภาษาสวยหรูเรียกขานเป็นระบบแท่ง เรียกกันใหม่ว่า "บริหารระดับสูง" จำนวน 37 ราย

หากพิจารณารายชื่อมองความสำคัญแล้ว คนแรกน่าจับตาคือ "อภินันท์ ชื่อธานุวงศ์" จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์ สาขาการปกครอง เกียรตินิยมอันดับ 2 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือค่าย "สิงห์ดำ" เป็นชาว อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เส้นทางชีวิตราชการเริ่มต้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นปลัดอำเภอพระแสง อำเภอเวียงสระ ไต่เต้ามาตามลำดับจนปี 2550 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ ยะลา จากนั้นขึ้นพ่อเมืองนราธิวาส ก่อนมาเป็นผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช และเที่ยวนี้ผงาดขึ้น "รองปลัดมหาดไทย"

ว่าไปแล้วการจัดทัพถูกวางตัวมานั่งเก้าอี้รองปลัดกระทรวงคลองหลอด เพราะเหตุยังมีอายุราชการที่กำลังสวย เกษียณปี 2559 เป็นมือเป็นไม้ค้ำบัลลังก์ให้ “วิบูลย์ สงวนพงศ์” ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน หัวหอกสิงห์ดำ ที่จะต้องโบกมือลาเกษียณในปี 2558

สำหรับอันดับถัดมา “พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า” ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เกษียณปี 2559 พลิกแฟ้มโปรไฟล์เป็นสิงห์ทอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ชีวิตการทำงานเติบใหญ่ขึ้นชั้นนั่งพ่อเมืองบุรีรัมย์ครั้งแรก ถิ่นผู้กว้างขวางทางการเมือง จนถูกตีตรายี่ห้อเป็นเด็ก “นักการเมืองใหญ่” แม้จะมีการโยกย้ายไปนั่งเป็นพ่อเมืองปทุมธานีไม่นานในยุคน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 แต่ก็ต้องพ่ายกระแสน้ำหลากชนิดเอาไม่อยู่ ถูกโยกไปนั่งเป็นพ่อเมืองระนองติดขอบทะเลในช่วงสั้นๆ ก่อนขยับมานั่งพ่อเมืองชุมพร

และช่วงหลัง “คสช.” เข้าคุมอำนาจการบริหารไม่นาน ก็มีแรงผลักดันอย่างหนัก มีการขยับบิ๊กมหาดไทยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยย้าย “พินิจ หาญพาณิชย์” สิงห์แดง เกษียณราชการปี 2559 อธิบดีกรมที่ดิน ผู้มีสายสัมพันธ์แนบแน่นมีเครือญาติเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ต้องสละเก้าอี้ไปนั่งเป็น ผู้ว่าฯ สมุทรปราการ และตั้งให้ "พีระศักดิ์" เข้ามานั่งเก้าอี้แทนเมื่อ 28 มิถุนายน

แต่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมที่ดิน ก็มาถูกโยก ครั้งนี้ไปเป็น ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช และสลับ "ศิริพงษ์ ห่านตระกูล" รองปลัดมหาดไทย ที่ถูกเด้งจากอธิบดีกรมการปกครองเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน มาเป็นอธิบดีกรมที่ดินแทน

ปมของการพลิกโผบิ๊กคลองหลอดครั้งนี้ ว่ากันว่าการทำหน้าที่ของ “พีระศักดิ์” เป็นระยะเวลาเพียง 3 เดือนเศษในเก้าอี้อธิบดีกรมที่ดิน ได้ไปจับต้องเผือกร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือการเข้าไปจัดการขบวนการรุกป่าสงวน โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติสิรินาถ เมืองภูเก็ตที่ใครๆ ก็รู้ที่มาที่ไปว่าเบื้องลึกใครเป็นเจ้าของถือครอง แล้วยังโหมโรงเข้าไปจัดการพื้นที่ใกล้เคียงที่มีลักษณะเป็นป่าเขา เรียกได้ว่า ลุยครั้งเดียวสร้างศัตรูได้ทั้งเมือง

หากการเข้าไปบุกยึดตรวจสอบเป็นการทำงานในลักษณะเงียบเป็นเหมือนคลื่นเซาะทรายก็คงไม่กระไรนัก แต่ว่าการดำเนินการที่ผ่านมาดำเนินการเพียง 2-3 สัปดาห์ ก็มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยที่ความจริงแล้ว หน้าที่นี้น่าจะเป็นกระทรวงทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่จะต้องมีหน้าที่ปกป้องผืนป่าที่เป็นสมบัติของของชาติ

แต่นั่นก็เป็นเพียงเสียงร่ำลือ เหตุผลที่แท้จริงในการเปลี่ยนตัวทั้งที่ยังไม่ได้นั่งเก้าอี้อธิบดีกรมที่ดิน "เต็มตัว" อาจมีมากกว่านี้ก็ได้?

แต่ทว่าการเข้ามาของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยคนใหม่ “บิ๊กป๊อก”ในช่วงเช้าของวันเข้ากระทรวงก็มีเทศกาลแห่รับตามขนบธรรมเนียมประเพณีชาวสิงห์ ต้องมีการบอกเล่าผลงานการดำเนินในช่วงผ่านมา ในช่วงการอารัมภบทของเหล่าอธิบดีทุกคนได้พูดถึงบทบาทของกรมที่ดูแลเสร็จ

ไฮไลท์งานนนี้เกิดขึ้นเมื่อ “บิ๊กป๊อก” พูดชัดเจนว่า "ขอให้ทุกคนได้ทำงานในส่วนของตัวเองไป อย่าได้ไปโต้ใครคนอื่นเขา กรมอุทยานฯ ก็ทำงานในส่วนของเขา เราก็ทำงานในส่วนของเราไป" เรียกได้ว่าส่งสัญญาณได้แรงและคมชัดยิ่ง

นั่นอาจเป็นที่มาของการพลิกโผ เพื่อให้ “พีระศักดิ์” ล่องใต้ไปเป็น ผู้ว่าฯ เมืองคอนในบัญชีรอบนี้ แบบไม่ต้องขอ ส่วน “ศิริพงษ์ ห่านตระกูล“ ค่ายสิงห์ดำ เกษียณปี 2558 ก็ได้ "ส้มหล่น" แบบไม่ทันรู้ตัว !