"ประยุทธ์"สั่งหั่นเงินเดือนผู้ช่วยรมต. ห้าม"ขรก.ประจำ-การเมือง"ขึ้นป้ายโชว์รูปตัวเอง ให้ทำรายงานหลังไปดูงานนอ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ครั้งที่1/2557 ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีดำริเกี่ยวกับการเรื่องค่าตอบแทนของผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งในอดีตตำแหน่งนี้มีค่าตอบแทนท่านละ 63,800 บาท/เดือน ซึ่งสูงกว่าที่ปรึกษาของนายกฯและรัฐมนตรีเสียอีก จึงมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปดูว่าค่าตอบแทนเท่าใดจึงจะเหมาะสม ไม่สูงเกินไปแต่เน้นประสิทธิภาพในการทำงาน จึงลดค่าใช้จ่ายลงมาเหลือ ท่านละ 50,000 บาท/เดือน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 13,800 บาท/เดือน
"มีผู้ช่วยรัฐมนตรีทั้งหมด 30 คน ก็ประหยัดเงินได้สี่แสนกว่าบาทในแต่ละเดือนก็จะได้นำเงินไปใช้อย่างอื่นที่เป็นประโยชน์"พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า และที่ผ่านมามีการตั้งที่ปรึกษาค่อนข้างทั้งแบบทางการเและไม่เป็นทางการ พอผ่านไปนานๆก็จำไม่ได้ว่าใครเป็นที่ปรึกษาเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการบ้าง ก็มีการพิมพ์นามบัตรไปแจกกัน ก็เพื่อป้องกันความสับสน ดังนั้นที่ปรึกษารัฐมนตรีที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจะเรียนว่าคณะทำงานของรัฐมนตรี เพื่อไม่ซ้ำซ้อนกัน
"นายกฯบอกว่าไม่ต้องไปพิมพ์นามบัตรไปแจกหรอกเพราะที่ปรึกษาเยอะไปหมด มี 70 - 80 คนก็วุ่นวายยปวดหัว ก็แยกกันให้ชัดว่าที่ปรึกษาที่เป็นทางการกับคณะทำงานของรัฐมนตรีที่ไม่เป็นทางการ " พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า นายกฯยังกล่าวถึงการขึ้นป้ายคัตเอาท์ของข้าราชการการเมมืองและข้าราชการประจำที่ชอบโชว์รูปร่างหน้าตาของท่าน นายกฯบอกว่าไม่ต้องโชว์เพราะมันเป็นเงินภาษีของประชาชนไม่ใช่เงินส่วนตัวของท่าน และทุกคนต้องทำงานตามอำนาจหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน เป็นการทำงานในหน้าที่ไม่ต้องโชว์ตัวบุคคล
"โชว์ว่าท่านได้ทำอะไรไปบ้างดีกว่า เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะขึ้นป้ายคัตเอาท์ก็ขึ้นเรื่องงานที่ทำและมีผลต่อการรับรู้ขของประชาชนดีกว่าว่าควรจะรับรู้รับทราบเรื่องอะไรบ้าง ไม่ต้องโชว์ตัวนะครับ"พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
ส่วนว่าหากไม่ปลดป้ายจะมีโทษหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า "คนเป็นรัฐมนตรี คนเป็นข้าราชการกระทรวงทบวงกรมก็ระดับผู้ใหญ่ คงไม่มีใครขึ้นคัตเอาท์หรอก ส่วนนักการเมืองท้องถิ่นก็เป็นเรื่องวุฒิภาวะของท่าน
"ท่านนายกฯขอให้ทำแบบนี้ ถ้าท่านคิดว่าท่านไม่อยากทำ ยังฝืนอยู่สังคมก็โลกะวัตชะ โลกติเตียน เจ้านายเขาบอกแล้วว่าอย่าขึ้น ให้ขึ้นเรื่องงาน แล้วยังจะไปขึ้นอยู่ทำแมวอะไร " พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า และนอกจากนี้เรื่องการดูงานในประเทศและต่างประเทศ นั้นนายกรัฐมนตรีมีความกังวล2เรื่อง ที่มีการติงมาว่าคณะดูงานหน่วยงานไหน กระทรวงทบวงกรม คณะกรรมาธิการก็ตามที่ชอบจะขอลดวาระการดูงานลง ทั้งที่เจ้าภาพเขาเตรียมให้ไปดูงานเต็มที่เพื่อศึกษาดูรายละเอียด ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงในการนำมาใช้ในการทำงาน
"แต่นี่พอไปถึงก็ไปขอลดเขา จาก3ชั่วโมงเหลือ 2 ชั่วโมงนะแล้วก็หายๆกันไป ต่อไปนี้ไม่ได้ทุกหน่วยงานเมื่อเขาจัดให้แบบไหนต้องดูให้ครบตามนั้น เมื่อไปกลับมาแล้วจะอยชายกลับมาเฉยๆไม่ได้ ต้องมีรายงานที่แบ่งเป็น 3 ระดับ ถ้ารัฐมนตรีไปต้องรายงานถึงนายกฯ ถ้าปลัดกกระทรวงไปรายงานต้องถึงรัฐมนตรี ถ้าต่ำกว่านั้นรายงานต้องถึงหัวหน้าหน่วยงาน จะต้องเขียนอธิบายว่าท่านไปดูอะไร ของเขาเป็นอย่างไร แล้วบ้านเราตรงหรือแตกต่างกัน ใครมีข้อดีเสียออย่างไรแล้วเราจะปรับแก้ไขอย่าง แต่ไม่ใช่เอาของเขามาทั้งหมด ก็จะทำให้การเดินทางไปดูงานเกิดผลสัมฤทธิ์มากขึ้น "พ.อ.สรรเสริญ กล่าว





