"ภุชงค์" คาด คณะกรรมการสรรหา สปช. ระดับจังหวัด เคาะรายชื่อ 15 ก.ย.
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าของการประชุมคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทั้ง 11 ด้าน ว่า ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. คณะกรรมการสรรหาทั้งหมด ยกเว้นคณะกรรมการสรรหาด้านการเมือง จะมีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการสรรหาแต่ละคณะได้ประชุมหารือกันเพื่อวางแนวทางในการคัดเลือก สปช.แต่ละด้านแล้ว แต่ทั้งนี้ เชื่อว่าการปรุมในวันดังกล่าวคงจะไม่สามารถพิจารณาเพื่อคัดเลือกรายชื่อ 50 คนได้ เพราะหลายด้านมีผู้ได้รับการเสนอชื่อจำนวนมาก เช่น ด้านการศึกษา และด้านอื่นๆ ซึ่งก็คาดว่าน่าจะมีการประชุม 2-3 ครั้ง จึงจะคัดเลือก 50 รายชื่อเสนอต่อ คสช.ได้ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการสรรหาแต่ละคณะจะต้องคัดเลือก 50 รายชื่อเสนอต่อ คสช.ตามเวลาที่กำหนดคือวันที่ 22 ก.ย.นี้ ส่วนคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดตอนนี้ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอการประชุมเพื่อคัดเลือกรายชื่อที่จะเสนอต่อ คสช.จำนวนจังหวัดละ 5 คน ซึ่งก็คาดว่าจะมีการประชุมในวันที่ 15 ก.ย.นี้ เช่นเดียวกัน
"คสช.ก็ได้กำชับไม่ให้ความลับในการคัดเลือกรายชื่อรั่วไหลซึ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น และทางสำนักงาน กกต. เองก็ได้เน้นย้ำไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด(ผอ.กต.จว.) ซึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด ให้คณะกรรมการสรรหาระมัดระวังมากที่สุด และเมื่อคัดเลือกรายชื่อแล้วก็ต้องให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดถือหนังสือรายชื่อมาส่งที่ สำนักงาน กกต. เพื่อให้เป็นความลับ ซึ่ง สำนักงาน กกต.ยังจะไม่เปิดหนังสือดังกล่าวรวมทั้งรายชื่อของคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน จนกว่า คสช.จะมีคำสั่งให้รวบรวมรายชื่อเพื่อส่งให้ คสช. ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องความลับรั่วไหลแต่ก็เชื่อว่าคณะกรรมการสรรหาทุกคณะคงจะไม่ทำให้เกิดข้อบกพร่องเรื่องนี้แน่นอน"นายภุชงค์ กล่าว
นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจ ซึ่งขณะนี้ยังเหลือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ที่ยังคงตรวจสอบอยู่ และหากหน่วยงานตรวจสอบยังไม่ส่งผลการตรวจสอบกลับมา สำนักงาน กกต.ก็จะให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อกรอกเอกสาร สปช.4 ซึ่งจะให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อลงนามยืนยันว่าเขามีคุณสมบัติถูกต้อง ไม่มีการแอบอ้าง และหากมีปัญหาเกิดขึ้นผู้ได้รับการเสนอชื่อก็ต้องยอมรับการดำเนินการของ สำนักงาน กกต.และคณะรักษาความสงบแห่งชาจิ (คสช.) ซึ่งการกรอกเอกสารดังกล่าวก็ทำให้เรามีความอุ่นใจขึ้น ส่วนเรื่องสัญชาติที่ตรวจสอบไม่พบจำนวน 20 คน ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหาเพราะทุกคนเป็นอดีตข้าราชการ ซึ่งในทางปฏิบัติก่อนจะรับราชการมีการตรวจสอบเรื่องสัญชาติแล้ว ทั้งนี้ปัญหาที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ทางสำนักงาน กกต.จะเป็นผู้ตรวจเอง ยืนยันว่าจะตรวจทุกคน





