'ชัชวาลย์'ประสานสตช.โอนชายชุดดำให้ดีเอสไอ

"ชัชวาลย์"เตรียมประสานสตช.โอน 5 ผู้ต้องหาชุดดำให้ดีเอสไอ ประกาศทำคดีให้สมบูรณ์ แฉดีเอสไอยุคก่อนรู้แต่ไม่จับ
พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยหลังการประชุมหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้ายที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันการชุมนุมทางการเมืองของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เมื่อปี 2553 สืบเนื่องจากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จับกุม 5 ผู้ต้องหาชุดดำที่ก่อเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 และปืนอาก้า บริเวณแยกคอกวัว จนเป็นเหตุให้พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งประสานกับตำรวจเพื่อโอนคดีมาให้ดีเอสไอสอบสวนต่อ
เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว ซึ่งเบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาคดีครอบครองอาวุธและวัตถุระเบิด หลังรับคดีมาสอบสวนต่อแล้วดีเอสไอพิจารณาพยานหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับคดีอื่นอีกหรือไม่ รวมถึงกรณีการเสียชีวิตของพล.อ.ร่มเกล้า โดยย้ำว่าการทำสำนวนต้องสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งกรณีของชายชุดดำหลังเข้ารับตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอตนยืนยันมาตลอดว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง รายละเอียดส่วนใดที่ยังไม่สมบูรณ์ต้องทำให้ครบถ้วน
แหล่งข่าวจากทีมสอบสวนดีเอสไอระบุว่า ผู้ต้องหาชายชุดดำทั้ง 5 คน ปรากฏข้อมูลอยู่ในชั้นสอบสวนของดีเอสไอมาตั้งแต่ต้นโดยมีทั้งภาพใบหน้าผู้ต้องสงสัย ภาพรถตู้ เจ้าของรถตู้ซึ่งเชื่อมโยงกับแกนนำนปช. รวมถึงภาพตำรวจที่พยายามเข้าไปจับกุมและยึดเครื่องยิงเอ็ม 79 จากคนร้าย แต่ที่ผ่านมาไม่มีเจ้าหน้าที่ชุดใดเข้าจับกุมทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยขอศาลออกหมายจับชายตามภาพถ่าย โดยผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในขั้นตอนสืบสวนพบเป็นกลุ่มผู้ต้องสงสัยจริง แต่ที่ไม่มีการจับกุม
เพราะหลังมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) มีแนวทางการสอบสวนว่าไม่มีชายชุดดำ ไม่มีกองกำลังติดอาวุธจึงมีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้ายทั้งหมด และให้ไปเร่งรัดการสอบสวนคดีความผิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผอ.ศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล พนักงานสอบสวนที่ถูกให้ออกจากชุดสอบสวนส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ยืนยันข้อมูลว่ามีชายชุดดำอยู่จริง




