คุมตัวกลุ่มชายชุดดำทำแผนแยกคอกวัว

"พล.ต.อ.สมยศ" รองผบ.ตร. นำผู้ต้องหาคดีชายชุดดำทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณแยกคอกวัว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 กันยายน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล รักษาราชการแทน ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผบก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 3 กองร้อย คุมตัวผู้ต้องหาชสยชุดดำจำนวน 4 คน ประกอบด้วยนายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มสี อายุ 45 ปี นายปรีชา หรือไก่เตี้ย อยู่เย็น อายุ 24 ปี นายรณฤทธิ์ หรือนะ สุริชา อายุ 33 ปี และนายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย อายุ 45 ปี ที่ก่อเหตุความรุนแรงใช้อาวุธสงครามยิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ทหาร ช่วงการชุมนุมเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 10 เมษายน ปี พ.ศ.2553 มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณแยกคอกวัว ถ.ตะนาว เขตพระนคร กทม.
จุดแรกเป็นจุดที่จอดรถตู้ในซอยใกล้เคียงวัดมหรรณพาราม หลังจากได้พากันขึ้นรถตู้ใช้เส้นทางด่านรามอินทรามาลงด่านยมราช แล้วมาจอดรถที่จุดดังกล่าว ซึ่งในวันเกิดเหตุมีคนมากับรถตู้จำนวน 8 คน ชายชุดดำ 7 คนลงจากรถ ส่วนผู้หญิงนั่งอยู่บนรถไม่ได้ลงมา แต่ถือระเบิดเพลิงไว้ในมือ จากนั้นทั้งหมดก็เดินตามถนนตะนาวมุ่งหน้าแยกคอกวัว ต่างพากันถืออาวุธเดินอยู่ 2 ฝั่งถนน และกลางถนน นายปรีชาถืออาวุธปืนอาก้า นายธัมมรัตน์ หรือดำ ซุ่มศรี ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วด้วยโรคประจำตัว ถืออาวุธปืนเอ็ม 79 นายกิตติศักดิ์ ถืออาวุธปืนเอ็ม16 นายชำนาญ ถืออาวุธปืนเอ็ม 16
จุดที่สอง ใกล้กับแยกคอกวัวตรงธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นจุดคัดกรอง ของการ์ดผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนอกเครื่องแบบ บก.น.9 จุดนี้มีนายปรีชา นายธัมมรัตน์ และนายวัฒนะโชค หรือโบ้ จีนปุ้ย(ยังจับกุมไม่ได้) ก่อนจะใช้ระหัส พราบขาว เพื่อผ่านด่าน ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เห็นอาวุธปืนจึงเข้าล็อคตัว นายธัมมรัตน์ ยืดอาวุธปืนเอ็ม 79 ได้ แต่ถูกมวลชนกดดันและเกิดเหตุการณ์ชุลมุน จึงหลบหนีไปได้ ส่วนนายกิตติศักดิ์ นายชำนาญ และนายธนเดช หรือไก่รถตู้ เอกอภิวัชร์ (ยังจับกุมไม่ได้ ) เดินเลี่ยงเลาะด่านคัดกรองอ้อมไปทางธนาคารออมสิน แล้วเปิดฉากยิง จากนั้นทั้งหมดก็ข้ามไปอีกฝั่ง เป็นถนนตะนาวฝั่งถนนข้าวสาร
จุดที่สามบริเวณตู้ควบคุมแผงสัญญาณโทรศัพท์ใกล้กับปากซอยราชดำเนินกลางเหนือ เป็นจุดที่นายกิตติศักดิ์ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จุดที่สี่ใกล้เคียงกับจุดที่ 3 แต่คนละฝั่งถนนใกล้กับมัสยิดบ้านตึกดิน นายปรีชาใช้ปืนอาก้ายิงใส่เจ้าหน้าที่ทหาร และจุดที่ห้าเลยจากจุดที่เล็กน้อย ห่างจากปากทางถนนข้าวสาร ประมาณ 15 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งเต็นท์ทหาร นายปรีชาได้เข้ามาก่อเหตุยิงและรื้อทำลาย จากนั้นก็ย้อนกลับไปขึ้นรถตู้ที่จุดจอดแล้วขับหลบหนีไปทางถนนดินสอ
ส่วนจุดที่หกเป็นถนนดินสอใกล้กับสะพานวันชาติ ซึ่งเป็นจุดที่รถตู้ของกลุ่มผู้ต้องหาขับสวนกับรถเจ้าหน้าที่ทหาร แล้วนายกิตติศักดิ์ซึ่งนั่งอยู่ในรถตู้ได้ลดกระจกลงแล้วตะโกนด่าเจ้าหน้าที่ทหาร ว่า “ไอ้เหี้ย” จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจดจำใบหน้าได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทำแผนประกอบคำรับสารภาพดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหาอย่างละเอียด โดยมีชาวบ้านให้ความสนใจการทำแผนจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลา กว่า 1 ชั่วโมงจึงทำแผนแล้วเสร็จ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหากลับไปที่กองบังคับการปราบปราม ท่ามกลางการคุ้มกันที่แน่นหนาของหน่วยคอมมานโดอาวุธครบมือ
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ทำตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหาทุกขั้นตอน ยืนยันการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้จับกุมแพะ เพราะมีการสืบสวนมีพยานหลักฐานชัดเจนแน่นหนาจนศาลอนุมัติออกหมายจับ เป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้มีการใส่ร้ายป้ายสีแต่อย่างใด โดยน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้และถูกออกหมายจับมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมดในเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อค่ำวันที่ 10 เม.ย.53 ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล มีคนร่วมขบวนการอีกมาก
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ในส่วนของข้อมูลการสืบสวน สถานที่จับกุม ความเชื่อมโยงถึงใครนั้นขอปิดเป็นความลับ เพราะจะส่งผลถึงการสืบสวนติดตามผู้กระทำผิด ส่วนจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมหรือไม่อยากไรนั้นก็ต้องรอดูอีกที เพราะทุกอย่างทำตามขั้นตอน ทำตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ต้องละเอียดรอบคอบ รวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทำทุกอย่างให้โปร่งใส ให้กระจ่าง เพื่อไม่ให้ผู้คนในสังคมเกิดความเคลือบแคลงใจ




