วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ร้องปปช.จี้สอบรมว.อุตสาหกรรมกรณีเหมืองทองคำ

ชาวบ้านร้อง ป.ป.ช. จี้สอบเพิ่ม รมว.อุตสาหกรรม กรณีเหมืองแร่ทองคำ หวั่นเอื้อประโยชน์พวกพ้อง

เมื่อ เวลา10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ พร้อมตัวแทนชาวบ้านกว่า 20คน ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่จังหวัดลพบุรี สระบุรี พิจิตร และพิษณุโลก เดินทางมาทวงถามความคืบหน้ากรณีการทำเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน ที่ทางตัวแทนชาวบ้านเคยมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อป.ป.ช.ก่อนหน้านี้แล้ว

นอกจากนี้ยังมีการนำเอกสารเพิ่มเติมมายื่นต่อป.ป.ช.ผ่านนายพิสิษฐ์ พัฒนกิจจำรูญ เจ้าพนักงานปราบปรามการทุจริตชำนาญการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อขอให้ตรวจสอบนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งนางวันเพ็ญอ้างว่าเป็นผู้ถือหุ้นในกลุ่มบริษัท ฟ้าร้อง จำกัด บริษัท อัครา ไมนิ่ง และบริษัทอัครา รีซอสเซส ที่ได้สัมปทานทำเหมืองแร่ทองคำ ในขณะเดียวกันนางวันเพ็ญ ยังระบุด้วยว่านายจักรมณฑ์ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในคณะกรรมการบริหารธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ที่ได้มีการอนุมัติปล่อยเงินกู้จำนวนกว่า 4 พันล้านบาทให้กับบริษัทดังกล่าวเพื่อดำเนินกิจการทำเหมืองแร่ทองคำ เข้าข่ายเป็นการเอื้อผลประโยชน์หรือไม่

นางวันเพ็ญ กล่าวว่า การที่บุคคลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในบริษัทที่ได้รับสัมปทานทำเหมืองแร่ทองคำเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ถึงแม้จะลาออกจากบริษัทเพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีก่อนหน้านั้นพียง 3 วัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจ และเกิดความไม่ไว้วางใจในการทำหน้าที่ เพราะขณะนี้ทั่วประเทศมีปัญหาใหญ่คือเรื่องของการทำเหมืองแร่ทองคำ โดยเฉพาะหลายจังหวัดในภาคกลาง อาทิ สระบุรี มีพื้นที่ที่ให้สัมปทานเหมืองแร่ทองคำกว่า 70,000 ไร่ ลพบุรี 160,000 ไร่ และ พิษณุโลก 400,000 ไร่ จึงอยากขอให้ ป.ป.ช.เร่งติดตามตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพราะการที่มีผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ได้รับสัมปทานทำเหมืองมาเป็น รมว.อุตสาหกรรม คงจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนได้ยาก เราจึงต้องหวังพึ่ง ป.ป.ช.เพราะมองว่าหากช้าไปกว่านี้ประชาชนยิ่งจะมีความเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และจากมหาวิทยาลัยรังสิต กำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่